ที่ปรึกษารมว.เกษตรฯเป็นประธานมอบโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ 3ตำบลในอ.หนองพอก
ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 09.30 น. ณ อาคารประชุมสำนักงานเกษตรอำเภอหนองพอก ต.หนองพอก อ.หนองพอก จ.ร้อยเอ็ด ดร.เอกภาพ พลซื่อ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานพิธีมอบโค-กระบือเพื่อเกษตรกรตามพระราชดำริ จำนวน 35 ตัว 3ตำบล โดยการดำเนินงานของ นายเชวงศักดิ์ พลเยี่ยม คณะทำงานฯ นายอำนาจ มะธิปิไข ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด นายยุทธนา โพธิ์เกตุ เกษตรอำเภอหนองพอก และคณะ พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนราชการอำเภอหนองพอก กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และเกษตรกรผู้รับมอบวัว 35 คน จาก 3 ตำบล คือ ตำบลหนองพอก บึงงาม ท่าสีดา เพื่อให้เกษตรกรที่ไม่มีเงินซื้อวัวเลี้ยง ได้มีวัวเลี้ยงตามโครงการ มีรายได้เลี้ยงชีพ และขยายเลี้ยงวัวต่ออีก โดยอำเภอหนองพอกได้รับมอบโค-กระบือทั้งหมด 9 ตำบล 120 ตัว โดยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เป็นประธานมอบไปแล้ว จำนวน 60 ตัว 4 ตำบล คือ ตำบลผาน้ำย้อย รอบเมือง โคกสว่าง ภูเขาทอง และอีก 25 ตัว จะมอบในวันที่ 26 มิ.ย. 2567 2 ตำบล คือ ตำบลกกโพธิ์ หนองขุ่นใหญ่
โดย นายอำนาจ มะธิปิไข ปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวรายงานว่า โครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาฤบิตร ทรงมีพระราชดำริให้กรมปศุสัตว์จัดตั้ง และได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค-กระบือ ไว้ใช้แรงงาน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และเพื่อให้มีโค-กระบือเป็นของตนเอง โดยวิธีให้ยืมเพื่อการผลิต ปัจจุบันโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริได้ช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วทั่วประเทศหลายแสนครอบครัว เฉพาะในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด มีเกษตรกรได้รับประโยชน์ไปแล้วกว่า 36,000ครอบครัวคิดเป็นมูลค่ากว่า 1,044 ล้านบาท และยังมีเกษตรกรอยู่ในความดูแลของโครงการที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด อีกประมาณ 10,000 ครอบครัว คิดเป็นมูลค่าประมาณ 270 ล้านบาท
สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร้อยเอ็ด ได้มอบหมายให้สำนักงานปศุสัตว์อำเภอหนองพอก ร่วมกับผู้นำท้องที่ ได้แก่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่น ได้แก่ คณะผู้บริหารการปกครองส่วนท้องถิ่นของอำเภอหนองพอก พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการในวันนี้ จำนวน 35 ราย โค จำนวน 35 ตัว ซึ่งมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1.มีอายุ 20 ปีขึ้นไป 2. มีอาชีพทำนา ทำไร่ ทำสวนหรือเลี้ยงสัตว์ 3.มีฐานะยากจน 4. ไม่เคยได้รับสัตว์จากโครงการมาก่อน 5.ยินดีร่วมมือกับทางราชการ และปฏิบัติตามระเบียบของโครงการฯและ 6) ได้รับการรับรองจากหมู่บ้านว่ามีความประพฤติเหมาะสม สามารถดูแลเลี้ยงดูโคได้
ทั้งนี้ ดร.เอกภาพ พลซื่อ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มองเห็นความสำคัญของการเลี้ยงโค-กระบือ ตามพระราชดำริ จึงได้สนับสนุนงบประมาณจัดหาโค-กระบือมาให้พี่น้องเกษตรกรได้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีโค-กระบือเป็นทรัพย์สินของตนเอง มูลโคจะช่วยในการฟื้นฟูทรัพยากรดิน ช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร แสะสามารถจำหน่ายเป็นรายได้ทางหนึ่งขอให้ทำตามโครงการอย่างเข้มงวด
ซึ่งจะเห็นว่าทางรัฐมนตรีฯได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น นอกจากนี้แล้วยังมีโครงการดีดีที่ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอีกหลายอย่าง อาทิ การทำแหล่งน้ำ ชลประทาน ที่ดินสปก.เข้าถึงแหล่งทุน ปุ๋ยคนละครึ่ง ขุดแหล่งน้ำ การเลี้ยงหม่อนไหม ทั้งนี้โดยการประสานงานของส.ส.ในพื้นที่ ดร.รัชนี พลซื่อ เอกรัฐ พลซื่อ และพวกกระผม ซึ่งจะนำความต้องการช่วยเหลือเกษตรกรต่อไป