อุบลราชธานี อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ อย่างยิ่งใหญ่

ข่าวทั่วไทย10 มี.ค. 2567 • 08:18 น.
อุบลราชธานี อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ อย่างยิ่งใหญ่

จังหวัดอุบลราชธานี จัดริ้วขบวน ธรรมยาตรา มหานทีคงคาสู่ลุ่มแม่น้ำโขง  อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ อย่างยิ่งใหญ่

วันนี้ (10 มีนาคม 2567) ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมืองอุบลราชธานี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมเดินขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ โดยเจ้าหน้าที่อัญเชิญพระสาลีหรือธาตุฯ วางไว้ในบุษบก บนรถบุปผชาติ ภายในริ้วขบวนธรรมะยาตรามหานทีคงคาสู้ลุ่มแม่น้ำโขง โดยประกอบไปด้วย วงดุริยางค์ ขบวนธงชาติไทย ธงชาติอินเดีย  ธงธรรมจักร ธงฉัพพรรณรังสี  ขบวนโคมประทีป โคมดอกบัว  ขบวนบุปผชาติและพระสารีริกธาตุฯ ขบวนเทียนพรรษาอุบลฮุ่งเฮืองเมืองธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ขบวนเฉลิมพระเกียรติ ขบวนธุงอีสาน ขบวนงามภูษาผ้ากาบบัวอุบล ขบวนศาสนิกชน  4  ภาค  ขบวนเสน่ห์อินเดีย ขบวนหลอมรวมเครือข่ายถวายเป็นพุทธบูชา และพุทธศาสนิกชน เคลื่อนขบวนมายังวัดมหาวนาราม โดยมีพุทธศาสนิกชน ชาวอุบลราชธานี ร่วมชื่นชม สวดมนต์ และเปล่งสียงสาธุ ตลอดเส้นทางอัญเชิญฯ 

เมื่อขบวนถึงวัดมหาวนาราม  (พระอารามหลวง) แล้ว เจ้าหน้าที่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุและพระโมคคัลลานะ มอบแด่ประธานในพิธี นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม  พร้อมด้วย นายเกรียง กัลป์ตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  นายศุภศิษย์ กอเจริญยศ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ผู้แทนจากสาธารณรัฐอินเดีย อัญเชิญเข้าภายในพระวิหารพระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง เพื่อนำขึ้นแท่นประดิษฐานและประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ รับพรตามลำดับ ก่อนจะร่วมกันเวียนเทียนรอบพระวิหาร และเปิดให้ประชาชน ศาสนิกชน เข้าสักการะบูชาต่อไป


        
ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานี เปิดให้ประชาชนพุทธศาสนิกชนชาวไทย รวมถึงพี่น้องประเทศเพื่อนบ้านและนักท่องเที่ยว เข้ากราบสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุของพระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ จากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย  มาประดิษฐานเป็นการชั่วคราว ที่พระวิหารพระเจ้าใหญ่อินแปลง วัดมหาวนาราม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  ในระหว่างวันที่ 10 -13 มีนาคม 2567 โดยเปิดให้เข้าสักการะตั้งแต่เวลา  09.00 -20.00 น. ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ได้ใกล้ชิดพระพุทธองค์  และเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตสืบไป