โคราชซับน้ำตาลูกหนี้จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด

ข่าวทั่วไทย23 ก.ค. 2565 • 08:44 น.โดย เกษม  ชนาธินาถ
โคราชซับน้ำตาลูกหนี้จัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือน  ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจหลังโควิด

วันที่ 23 กรกฎาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า  ที่หอประชุมใหม่ มหาวิทยาลัยราชนครราชสีมา นายชรินทร์  ทองสุข รอง ผวจ.นครราชสีมา พร้อมนายวิเชียร  ไชยสอน ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมาและนางอัญชลี  ภูริวิทย์วัฒนา รองผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ร่วมเปิดโครงการ “งานมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สินครัวเรือนและยุติธรรมพบประชาชน” จังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 2 โดยมีประชาชนและนักศึกษากว่า 1 พันคน ร่วมกิจกรรมรับฟังการบรรยายให้ความรู้และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดบูธให้บริการกรณีก่อนฟ้อง ตั้งแต่การไกล่เกลี่ย ผ่อนผัน ชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดดอกเบี้ย ลดค่างวดรายเดือน งดฟ้องดำเนินคดีและรับเงื่อนไขปลดผู้ค้ำประกัน ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับประโยชน์ในส่วนของชั้นบังคับคดีหรือหลังฟ้อง เช่นขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ ลดเบี้ยปรับ ลดจำนวนเงินผ่อนชำระหนี้ งดยึดทรัพย์ งดขายทอดตลาดและลูกหนี้ไม่ถูกบังคับคดีรวมทั้งสิทธิประโยชน์อื่น ๆอีก

นายชรินทร์ เปิดเผยว่า เป็นเวลากว่า 3 ปี ประชาชนได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด–19 ทั้งตกงาน ถูกลดเงินเดือนและสินค้าอุปโภคบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิงแพงขึ้น ทำให้เกิดหนี้สินจำนวนมาก ส่วนหนึ่งค้างค่างวดส่งสถาบันการเงินและถูกยึดบ้านที่อยู่อาศัย ทุกภาคส่วนมิได้นิ่งเฉยพร้อมสนับสนุนช่วยคลายหนี้เท่าที่จะทำได้ 

ด้าน นายวิเชียร ยุติธรรมจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนและลูกหนี้ กยศ. จำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททั้งก่อนฟ้องและหลังฟ้อง ซึ่งอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นเหตุให้ประชาชนหรือผู้เกี่ยวข้องกับการชำระหนี้ได้รับความเดือดร้อน จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือนของประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำและเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาหรือผู้ที่สนใจให้สามารถเข้าถึงความเป็นธรรม 

ส่วน นางเจริญรัตน์  เคลิ้มกระโทก อายุ 42 ปี ช่างเย็บผ้า ต.โชคชัย อ.โชคชัย กล่าวว่า  ตนมาขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับหนี้สินบ้านมูลค่า 3 แสนบาท เนื่องจากเจ้าของบ้านได้เสียชีวิต จึงมีปัญหาการผ่อนส่งและครอบครองเป็นกรรมสิทธิ์แก่ทายาท รู้สึกดีใจและขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำและทางออก จากที่เคยไม่รู้หนทาง ทำให้รับรู้ขั้นตอนทางกฎหมายหนี้สินมากขึ้น รวมทั้งมีความหวังการได้ทรัพย์สินของครอบครัวคืนมา

ขณะที่ นายบัวลี  ฉิมนอก อายุ 65 ปี เกษตรกร ต.หนองแก้งใหญ่ อ.บัวใหญ่ กล่าวว่า หนี้สินของตนคือกองทุนฟื้นฟูหมู่บ้าน 5 หมื่นบาท หลังเข้ากระบวนการไกล่เกลี่ยทำให้รู้สึกดี และขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ให้คำแนะนำและให้โอกาสได้ตั้งตัวมีความหวังอีกครั้ง จากที่เคยมืดมนมาโดยตลอด ขั้นตอนต่อไปต้องติดต่อธนาคาร เพื่อขอส่งชำระหนี้สินเดือนละ 1 พันบาท