กลุ่มคัดค้านสร้างอ่างฯคลองใหญ่ ออกมาสะท้อนมุมมอง ชาวบ้าน หรือนายทุนได้ประโยชน์

ข่าวทั่วไทย10 เม.ย. 2565 • 19:23 น.โดย ธัญวีร์ จันทร์สุขศรี
กลุ่มคัดค้านสร้างอ่างฯคลองใหญ่ ออกมาสะท้อนมุมมอง ชาวบ้าน หรือนายทุนได้ประโยชน์
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 เม.ย.65 ที่กลุ่มลำสินธุ์แพรทอง ในพื้นที่ ม.10 ต.ลำสินธุ์ อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ทางกลุ่มแนวร่วมคัดค้านการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ นำโดยนายพา ผอมขำ นายเสณี จ่าวิสูตร นายปลอด ทองคง นายกาจ เพชรกาฬ นายสมบูรณ์ บุญวิสูตร นายเดชา เหล็มหมาด และชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับการสร้างอ่างคลองใหญ่ ซึ่งอ่างเก็บน้ำดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะสร้างในพื้นที่ ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่ ยังมีความกังวลใจถึงการศึกษาด้านต่างๆที่ไม่ครอบคลุมของกรมชล ชาวบ้านบางรายยังไม่ทราบข้อมูลด้วยซ้ำว่าจะมีการสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ ทั้งที่ก่อนหน้าทางกรมชลฯ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องอ้างมีการทำประชาคมไปแล้วหลายครั้ง ซึ่งในวันนี้ก็ได้มีการเปิดประเด็น โดย นายเสณี จ่าวิสูตร ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า การศึกษาการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่แห่งนี้ มีการศึกษาไม่ครอบคลุมทุกรอบด้าน การทำประชาคมก็เลือกเฉพาะบางกลุ่มที่สนับสนุน และเห็นด้วยไม่ได้ทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ทั้งหมด ด้านนายพา ผอมขำ ก็บอกว่า การสร้างอ่างเก็บน้ำ หรือเขื่อนต่างๆก็เพื่อไว้เป็นแหล่งน้ำต้นทุน ไม่ใช่สร้างไว้เพื่อซ้ำเติมความทุกข์ของชาวบ้าน ถ้าเทียบกับงบประมาณการสร้างที่สูงกว่า 900 ล้านบาท ตนมองว่าเป็นงบที่สูงเกินจริง อีกทั้งตอนนี้ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังมีความกังวลถึงผลประทบที่จะตามมาหลังสร้างอ่างฯแล้ว มากกว่าผลประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับจริงๆ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูล ของนายเดชา เหล็มหมาด ตัวแทนจากกลุ่มรักษ์โตนสะตอ กล่าวเพิ่มเติมว่า การสร้างอ่างฯ ไม่ได้แก้ปัญหาในการจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่อย่างยั่งยืนเลย แต่เป็นเพียงการเอื้อให้กลุ่มนายทุนได้เข้าไปบุกรุกป่า แสวงหาผลประโยชน์จากป่า จากต้นไม้ในป่าที่มีมูลค่ามหาศาลแค่นั้นเอง ซึ่งหลังจากนี้ทางกลุ่มผู้คัดค้าน จะมีการขับเคลื่อนเพื่อยุติการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ให้ถึงที่สุด โดยจะเร่งระดมความคิดเห็นจากหลายภาคส่วน และจะมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ร่วมกันอีกครั้ง คาดเร็วสุดก็น่าจะเป็นช่วงหลังจากเทศกาลสงกรานต์นี้ จากผลการศึกษาเบื้องต้นในปี 2549 พบว่า ลักษณะ และพื้นที่มีความเหมาะสมกับโครงการดังกล่าว อยู่ที่บริเวณเขตตำบลบ้านนา อำเภอศรีนครินทร์ จังหวัดพัทลุง เป็นเขื่อนดินแบบแบ่งโซน ความกว้างสันเขื่อน 8 เมตร ความยาวสันเขื่อน 800 เมตร ความสูง 40.5 เมตร และเมื่อจัดทำแล้วเสร็จจะสามารถกักเก็บน้ำได้ 14.99 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีพื้นที่ผิวน้ำที่ระดับเก็บกักน้ำสูงสุด 660 ไร่ ในส่วนของอาคารระบายน้ำล้นสำหรับใช้งานหรือ Service Spillway จะสามารถระบายน้ำได้สูงสุด 200 ลบ.ม./วินาที มีความยาวสันฝาย 60 เมตร และความกว้างรางระบายน้ำ 15 เมตร ต่อมาเมื่อวันที่ 22 พ.ค.62 นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายวิชาการ พร้อมคณะได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านในพื้นที่ลุ่มน้ำนาท่อม จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ เนื่องจากเห็นว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ชาวบ้านมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม พืชที่เพาะปลูก ได้แก่ ข้าวและยางพารา ซึ่งมักจะประสบกับปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนและพื้นที่การเกษตรเกือบทุกปี นายเฉลิมเกียรติ อธิบายว่า จุดที่ทำการศึกษาเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ กรมชลประทานได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมของโครงการฯ และจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม เนื่องจากพื้นที่โครงการอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเขาบรรทัด ป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม(โซน C) มากกว่า 500 ไร่ และมีพื้นที่อ่างเก็บน้ำบางส่วนอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด จึงเข้าข่ายประเภทและขนาดโครงการที่จะต้องจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม ต่อมาในวันที่ 26 เม.ย.64 ได้มีมติของคณะรัฐมนตรี กำหนดให้มีการศึกษา ดำเนินตามแนวทางขอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาทิ การศึกษาความเหมาะสมโครงการ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านกายภาพ ชีวภาพ การใช้ประโยชน์ของมนุษย์และคุณภาพชีวิต รวมทั้งการประชาสัมพันธ์และมีส่วนร่วมของประชาชนอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขต ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง ส่วนพื้นที่ชลประทานอยู่ในเขต อ.ศรีนครินทร์ และ อ.พัทลุง ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยมีระยะเวลาตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 จนถึงเดือนเมษายน 2563 หลังจากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนผู้ที่จะได้รับผลกระทบ ให้แสดงความคิดเห็น ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกเสียดาย เพราะมีความผูกพันกับพื้นที่มาเป็นเวลานาน แต่ก็พร้อมที่จะเสียสละหากกรมชลประทานศึกษาแล้วได้ประโยชน์กับส่วนรวมมากกว่า แต่ก็อยากให้ช่วยเหลือจัดหาที่ทำกินหรือตอบแทนให้เกิดความพอดี หลังจากนั้นในวันที่ 25 มี.ค.65 กรมชลประทาน ร่วมกับ บริษัท ธารา คอนซัลแตนท์ จำกัด จัดการประชุม ปัจฉิมนิเทศ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ขึ้นอีกครั้งที่ ศาลาประชาคม ต.บ้านนา อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง โดยมี นายณฤทธิ์ บุญชัย เกษตรและสหกรณ์ จ.พัทลุง เป็นประธาน เข้ามารับฟังข้อคิดเห็นพร้อมข้อเสนอแนะจากหลายภาคส่วน โดยมีหน่วยงานราชการภายในจังหวัด กลุ่มรักษ์เทือกเขาบรรทัด และเครือข่ายภาคประชาชน จ.พัทลุง (Green River พัทลุง) เข้าร่วมประมาณ 200 คน โดยเหตุการณ์ในวันนั้น นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล เลขาฯ กป.อพช.ภาคใต้, นายสันติชัย ชายเกตุ อดีตแกนนำ กปปส.พัทลุง เครือข่ายคนอินทรีย์วิถีเมืองลุง, นายสมบูรณ์ บุญวิสูตร นายกเทศมนตรีเทศบาลร่มเมือง, นายศุภกร หรือข้าวข้าว ขุนชิต แกนนำกลุ่มราษฎรใต้ และนายนัฐพงศ์ ตาแก้ว กลุ่มพัทลุงปลดแอก ได้เข้าร่วมรับฟัง พร้อมแสดงความคิดเห็นไม่เห็นด้วย กับการก่อสร้างโครงการฯ ดังกล่าว เนื่องจากพื้นที่การก่อสร้างเป็นพื้นที่ป่าสงวน เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด จะเป็นการทำลายทรัพยากรป่าไม้ และสัตว์ป่าเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่คุ้มค่ากับสิ่งที่เสียไป โดยอ้างว่าการสร้างเขื่อนมีผลประโยชน์เอื้อกับนายทุนอย่างมหาศาลจากการตัดไม้ขาย โดยมีการยกตัวอย่างจากเขื่อนป่าบอนและเขื่อนคลองหัวช้าง เมื่อตัดไม้ใหญ่หมดก็เหลือแต่ป่าอ่อน ไม่สามารถผลิตน้ำได้อีก อีกอย่าง กรมชลฯ ต้องชัดเจนว่าจะเวนคืนให้ประชาชนได้จริงหรือไม่ อย่าหลอกขายฝันชาวบ้านว่าจะได้ค่าเวนคืนแต่สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย เพราะจุดดังกล่าวเป็นที่ของเขตป่าสงวนแห่งชาติ และการสร้างเขื่อนเกือบทั่วประเทศเป็นการสร้างความหายนะให้กับชาวบ้านไม่ใช่ผลประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับอย่างแท้จริง และอย่าฉวยโอกาสใช้ความมักง่ายเหมือนที่กรมชลฯ เคยทำแบบที่ผ่านมา และถ้าโครงการฯ ยังดำเนินต่อไป และหากมีการดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ ตนและกลุ่มเครือข่ายต่างๆ จะเดินหน้าต่อต้านให้ถึงที่สุด