สภ.หนองจอก จ.สุรินทร์ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำเด็กเรียนรู้กับวิถีชาวนาจากบรรพบุรุษ

ข่าวทั่วไทย17 ก.ค. 2566 • 22:02 น.
สภ.หนองจอก จ.สุรินทร์ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำเด็กเรียนรู้กับวิถีชาวนาจากบรรพบุรุษ

สภ.หนองจอก จ.สุรินทร์ น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำมาประยุกต์ใช้ในไร่นาสวนผสม  พร้อมกับนำเด็กนักเรียนมาเรียนรู้กับวิถีชาวนาจากบรรพบุรุษ ที่ได้กระทำมาแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน

พื้นที่16 ไร่  ทำไร่นาผสมผสานปลูกผักเลี้ยงปลาปลูกผลไม้ชนิดต่างๆลงเต็มพื้นที่พร้อมกับนำเด็กนักเรียนแดร์ลงมาทำการเรียนการสอนจากอดีตถึงปัจจุบันในวิถีชีวิตการทำนาของบรรพบุรุษจะได้สอนให้เด็กได้รับทราบถึงความลำบากยากแค้นของชีวิตชาวนากว่าจะได้ข้าวแต่ละเมล็ดอาหารแต่ละจานมันลำบากแค่ไหน

นอกจากจะนำเด็กนักเรียนจำนวน60 คนจาก3  โรงเรียนมีโรงเรียนบ้านหนองขนาดบ้านโสนและโรงเรียนบ้านหนองจิกในเขตพื้นที่ตำบลหนองบัว   อำเภอศีขรภูมิจังหวัดสุรินทร์   ครูอาจารย์ เจ้าหน้าตำรวจ สภ.หนองจอก อ.ศีขรภูมิ  ได้นำมาทำการเรียนการสอนตั้งแต่เริ่มปฏิบัติโดยการถอนกล้าแยกกล้ามัดกล้าตลอดจนลงมือดำนา  ซึ่งในการเรียนการสอนในครั้งนี้ต่างได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนคนใน3  ตำบลมีตำบลคาละแมะ ตำบลหนองบัว และตำบลตรึม แต่ละพื้นที่  ที่ได้ลงมือปฏิบัติจริงให้กับเด็กได้เรียนรู้จริงซึ่งการลงมือปฏิบัติในครั้งนี้เด็กๆทุกคนก็จะต้องนำไปประกอบกับความรู้และความเป็นอยู่  ของปู่ย่าตายาย  ที่ได้เลี้ยงดูเรามาเติบโตถึงขนาดนี้

ดต.สันติ พลคำเหลา ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ป้องกันและปราปรามสภ.หนองจอก อ.ศีขรภูมิจ.สุรินทร์  กล่าวว่าตนเองพร้อมครู ทั้งสามโรงเรียน  ตลอดทั้งผู้ปกครอง นำเด็กนักเรียนแดร์จำนวน3โรงเรียนประกอบไปด้วยโรงเรียนบ้านหนองขนาด  โรงเรียนบ้านโสนและโรงเรียนบ้านหนองบัว   ซึ่งนักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนแดร์ที่ผมทำการเรียนการสอนให้กับเขาอยู่และวันนี้ก็ได้พาพวกเขาได้มาเรียนรู้กับวิถีชาวนาจากบรรพบุรุษมาจนถึงวันนี้ว่าแต่ก่อนเขาดำนาอย่างไรลงมือทำถอนกล้าลงมือแยกกล้าตลอดจนการแบ่งกล้าลงดำนาซึ่งได้มีพี่น้องชาวบ้านได้ลงมาลงมือดำนาและสอนให้กับเด็กๆนักเรียนได้รู้และเข้าใจตลอดจนความเป็นอยู่ของบรรพบุรุษจากอดีตเขามีความลำบากอย่างไรกว่าจะลงมือดำนาและกว่าจะได้ข้าวมากินแต่ละจานมันจะเหนื่อยไหมซึ่งการเรียนการสอนในภาคปฏิบัติวันนี้เด็กๆต่างให้ความสนใจกันเป็นจำนวนมากพร้อมจะนำเรื่องดังกล่าวไปเล่าและไปสอบถามผู้ปกครองที่บ้านกับความเป้นมาของวิถีชีวิตของปู้ย่าตาทวดของตนเองที่มีชีวิตอยู่

ดต.สันติ ยังกล่าวอีกว่า  พื้นที่นาของตนเองทั้งหมดมีอยู่16ไร่แต่ละไร่แต่ละแปลงตนเองจะปลูกข้าวเกษตรอินทรีย์และจำพวกผลไม้ที่กินได้ทั้งหมด  ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง  มะละกอ  ตลอดจนอินทผาลัม   ที่ตนเองกำลังปลูกและมีบ่อเลี้ยงปลาไปด้วย

แต่ละปีจะมีผลผลิตออกมาจำหน่ายพอสมควรส่วนที่เหลือก็เก็บไว้กินในครัวเรือนของตนเองบ้างซึ่งแต่ละปีตนเองได้เดินทางไปศึกษาหาความรุ้ตามพื้นที่ตำบลหมู่บ้านต่างๆซึ่งตนเองได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำมาประยุกต์ใช้ภายในครัวเรือนจนเป็นพื้นที่เกษตรไร่นาผสมผสานมีอาหารการกินไม่เคยขาดตลอดจนนำไปขขายให้กับชาวบ้านที่มาซื้อหรือบางครั้งต้องแบ่งไปกินกันบ้าง