สระบุรี เปิดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีเชื่อมความสัมพันธ์ จตุรมิตร ครั้งที่ 2

ข่าวทั่วไทย21 ธ.ค. 2565 • 12:27 น.
สระบุรี เปิดการแข่งขันฟุตบอลประเพณีเชื่อมความสัมพันธ์ จตุรมิตร ครั้งที่ 2

วันที่ 21 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00 น. ณ.โรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยา อ.เสาไห้ จ.สระบุรี ดร.มะลิวัน มาเหง่า ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระบุรี เป็นประธาน เปิดการแข่งขัน ฟุตบอลประเพณีเชื่อมความสัมพันธ์ “จตุรมิตร สระบุรี” ครั้งที่ 2 โดยมี นายสุนทร พริกจำรูญ ผู้อำนวยการโรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยา (ประธานดำเนินงาน) ร.ต.อ.เอกชัย บุญเพ็ง รอง สว.สส.ตำรวจภูธร จ.สระบุรี (ผู้บริหารโครงการสระบุรียูไนเต็ดอคาเดมี่) เป็นประธานกรรมการตัดสิน พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ในสังกัด สพม.สระบุรี หน่วยงานราชการ ภาคเอกชน ครู นักเรียน ร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก


         นายสุนทร พริกจำรูญ ผอ.โรงเรียนโคกกระท้อนฯ ประธานดำเนินงาน รายงานว่า การจัดการแข่งขันกิจกรรมฟุตบอลประเพณีเชื่อมความสัมพันธ์ “จตุรมิตร สระบุรี” ครั้ง ที่ 2 โรงเรียนในกลุ่มมัธยมศึกษา ได้ร่วมกันจัดการแข่งขันฟุตบอลนักเรียน อายุ 18 ปี โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ จำนวน 4 โรงเรียน ได้แก่ 1 โรงเรียนเสาไห้ “วิมลวิทยานุกูล” 2 โรงเรียนโคกกระท้อนกิตติวุฒิวิทยา 3 โรงเรียนเทพศิรินทร์ พุแคสระบุรี  4 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สระบุรี


        วัตถุประสงค์ เพื่อ ให้นักเรียนมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง, นักเรียน-เยาวชนมัธยมในกลุ่มไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด,สนับสนุนให้นักเรียนใช้เวลาว่างให้เปิดประโยชน์ต่อตนเองและ สังคม,เสริมสร้างความสามัคคีในกลุ่มโรงเรียนฯ และเพื่อสร้างนักกีฬาฟุตบอลสู่นักฟุตบอลอาชีพในอนาคต


          ดร.มะลิวัน มาเหง่า ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา สระบุรี กล่าวในพีเปิดว่า ขอแสดงความชื่นชมยินดี และขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแรง ร่วมใจกันจัดกิจกรรมการแข่งขันฟุตบอลประเพณี “จตุรมิตร สระบุรี” ครั้งที่ 2 ขึ้นในครั้งนี้ เพื่อสืบทอดเป็นประเพณีของโรงเรียนมัธยมศึกษาของเราต่อไป กีฬา คือสื่อในการสืบสายสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ ความรักสามัคคีกลมเกลียวให้เกิดขึ้นในหมู่คณะ กีฬาจะเป็นสิ่งขจัดพฤติกรรมอันไม่พึงปารถนาของสังคม โดยเฉพาะสังคมวัยรุ่น ซึ่งปัญหายาเสพติดกำลังเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงมากขึ้น
 

การใช้กีฬาแก้ปัญหานับว่าท่านทั้งหลายเดินมาถูกทาง สมดังคำกล่าวที่ว่า “กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำคนให้เป็นคน” อย่างไรก็ตามขอให้ข้อคิดแก่นักกีฬาทั้งหลาย จงใช้กีฬาเป็นเครื่องกระชับไมตรี อย่าให้กีฬามาเป็นเครื่องทำลายความสามัคคี จงมีน้ำใจเป็นนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้จักอภัยซึ่งกันและกัน อย่ามุ่งหมายแต่เอาชนะจนลืมสปิริตของนักกีฬา ถ้าทุกคนทำได้ดังกล่าวแล้วกีฬาจะเป็นปัจจัยนำมาซึ่งประโยชน์สุขอย่างแท้จริง