นนทบุรี จับมือ 6 หน่วยงานลงเยี่ยมบ้านซาเล้งเด็กพิการนั่งขอทานพบอีกจะดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.2565 เวลา 12.30 น.ที่ชุมชนวัดแสงสิริธรรม บ้านเลขที่ 63/10 หมู่5 ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานลงพื้นที่ตรวจสอบกรณี พบเด็กพิการถูกพาไปนั่งขอทานตามหน้าปั้มน้ำมันแห่งหนึ่ง บริเวณริมถนน บางกรวยไทรน้อย ที่เป็นข่าวไปก่อนหน้านี้ ทั้งเจ้าหน้าที่ พม.จ.นนทบุรี,ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนนทบุรี ,กรมกิจการเด็กและเยาวชน,เจ้าหน้าที่ อบต.ท่าอิฐ, บ้านพักเด็กและครอบครัว,กองสวัสดิการ อบต.ท่าอิฐ จับมือเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าวพร้อมให้ความช่วยเหลือแล้ว
จากการเข้าไปเยี่ยมบ้านหลังดังกล่าวพบว่า บ้านมีลักษณะทรุดโทรมมาก ภายในบ้านสกปรกมีขยะเต็มไปหมดไม่ถูกต้องตามสุขลักษณะ และยังพบผู้อาศัยอยู่ภายในบ้าน 7 คน ความเป็นอยู่ยากจนเนื่องจากทั้งบ้านมีอาชีพเพียงอย่างเดียวคือเก็บของเก่าขาย และยังพบ ด.ญ.วรญา หรือน้องกาตูน ต๊ะมาเครือ อายุ 13 ปี นอนอยู่ในบ้านด้วย จึงได้เรียก นาง วรรณา บุตรน้ำเพชร อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นแม่ของน้องกาตูนออกมาพูดคุยกันและสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริงถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งจากการเจรจาพูดคุยกัน พบว่าสมาชิกในบ้านไม่ได้ทำงานอะไรเลยนอกจากเก็บของเก่าขาย และเด็กๆบางคนไม่ได้เรียนหนังสือ รวมไปถึงน้องกาตูนด้วย ทางเจ้าหน้าที่จึงจะทำการส่งเสริมให้เด็กเหล่านี้โดยเฉพาะน้องกาตูนได้กลับไปเรียนอีกครั้ง และจะช่วยเหลือทางบ้านในเรื่องของข้าวสารอาหารแห้งต่างๆ และจะช่วยเหลือในเรื่องของเครื่องมือทำมาหากินอีกด้วย แต่จะเน้นไปในการช่วยเหลือเด็กๆให้ได้รับโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์การรักษาพยาบาล สิทธิ์การเข้าเรียนสถานศึกษา และทางด้านสุขลักษณะ ต่อมาสถานการณ์เริ่มตึงเครียดเนื่องจากตัว นาง วรรณาและ ยาย ไม่ยอมให้น้องกาตูนได้กลับไปเรียนต่อ โดยอ้างว่า ยายไม่เคยห่างจากหลานเลยและทำใจไม่ได้หากน้องกาตูนต้องไปเรียนโรงเรียนประจำ
นางวาสนา ทองสม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรี สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและตวามมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า จากการที่พูดคุยก็จะดูในเรื่องของสุขภาวะ และความสะอาดของบ้าน เบื้องต้นอาจจะต้องจัดระเบียบความเรียบร้อย ให้มีความสะอาดก่อนเพราะว่ามันเป็นการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสมตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก ซึ่งตรงนี้กรมกิจการเด็กและเยาวชนให้ความสำคัญมากในการเลี้ยงดูเด็กให้เป็นไปตามมาตรฐานตาม พรบ.คุ้มครองเด็ก ส่วนต่อมาจะดูในเรื่องของการศึกษา ซึ่งเด็กในบ้านมีถึง6 คน ก็จะต้องมาดูว่าแต่ละคนจะต้องทำอย่างไรบ้าง ประกอบกับในบ้านหลังนี้มีน้องที่เป็นผู้พิการอยู่ด้วย ก็จะจัดการในเรื่องของการศึกษาต่อโดยจะจัดให้ไปเรียนที่โรงเรียนประจำที่โรงเรียนศรีสังวาลย์ ส่วนการการทำกายภาพบำบัดและรักษาน้องกาตูน ตรงนี้พอน้องได้ไปอยู่ที่โรงเรียนแล้วก็จะมีการบำบัดและฟื้นฟูศักยภาพ ส่งเสริมพัฒนาการสนเรื่องขององค์ความรู้ การพัฒนาร่างกายการทำกายภาพบำบัดของน้องต่อไป
ทางด้าน น.ส.นวรัตน์ ศักดิ์โชตินนท์ ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ทางศูนย์ก็จะลงมาดูแลในเรื่องของการนำเด็กไปขอทาน ที่นี้ก็จะมีในเรื่องของ พรบ.ควบคุมการขอทานอยู่ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงได้เข้ามาพูดคุยและทำข้อตกลงร่วมกัน ว่าการกระทำการดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย แลพขอฝากในเรื่องของผู้ที่ให้เงินผู้ที่กระทำการขอทาน ว่าอย่าสนันสนุนหรือให้เงินขอทาน แต่ให้ใช้วิธีช่วยเหลือที่ถูกต้องแทน เบื้องต้นจากการพูดคุยกับสมาชิกในบ้านทราบว่า บ้านหลังนี้อยู่ด้วยกันถึง 9 คน และมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยถึง6 คนด้วยกัน เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่เจ้าหน้าที่ พม.จ มาในวันนี้ก็จะเห็นในเรื่องของสภาพบ้านและสมาชิกในบ้านสามารถที่จะทำความสะอาดให้เรียบร้อยกันได้ และครอบครัวนี้อยากได้เครื่องมือทำมาหากิน เป็นรถซาเล้ง 1 คัน จะได้ไม่ต้องไปเช่าเขาขี่วันละ100 บาท จึงได้มีการตกลงกันว่าจะพยายามหาหรือขอจากภาคเอกชนหรือทางไหนก็ตาม ในการสนับสนุนเขาในเรื่องเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทำมาหากิน แต่หลังจากนี้ถ้าพบว่ายังมีการกระทำผิดซ้ำหรือยังพาเด็กไปนั่งขอทานหรือแสวงหาผลประโยชน์ก็จะดำเนินการตาม พรบ.ควบคุมการขอทานโดยแยกกลุ่มเป้าหมายและประเภทกลุ่มเป้าหมาย ในส่วนนี้ก็คือกลุ่มเด็กๆ
ส่วน นาง วรรณา บุตรน้ำเพชร แม่ของน้องกาตูน กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่มีเจ้าหน้าที่ลงมาช่วยเหลือครอบครัวตน และช่วยหาทางออกให้ดีกว่าเดิม ในส่วนของน้องกาตูนที่ตอนแรกตนไม่ยอมให้น้องไปเรียนเพราะตนทำใจที่จะห่างจากน้องไม่ได้ แต่พอได้พูดคุยกับทางเจ้าหน้าที่ก็เข้าใจและยอมให้ลูกได้กลับไปเรียนซึ่งครั้งนี้จะเป็นโรงเรียนประจำอาจจะไม่ได้เจอลูกทุกวัน แต่ก็เจอกันวันเสาร์อาทิตย์ ก็เพื่ออนาคตของเขาเพราะว่าอยู่กับตนก็ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เพราะยายก็อายุเยอะแล้วจะทำกายภาพให้น้องก็ไม่ไหว ในเรื่องของอาชีพทางเจ้าหน้าที่เขาก็แนะนำดี พร้อมสนับสนุนให้ไปฝึกอาชีพต่างๆ อย่าง ไปเรียนนวดไหม ไปเรียนทำกาแฟไหม แต่ตนก็ยังไม่พร้อมเพราะคิดว่าจะกลับต่างจังหวัดไปอยู่กับสามีที่ลำปาง แต่คงไม่ได้พาลูกไปอยู่ด้วย เพราะเคยถามลูกแล้วแต่ลูกไม่อยากไปอยู่ที่ลำปาง