หนุ่มอุดรกลับจากทำงานเกษตรที่อิสราเอล หันมาปลูกอินทผลัมสร้างรายได้หลายแสนต่อปี

ข่าวทั่วไทย22 ก.ค. 2564 • 15:23 น.โดย อุดม ปิดตาทานัง
หนุ่มอุดรกลับจากทำงานเกษตรที่อิสราเอล  หันมาปลูกอินทผลัมสร้างรายได้หลายแสนต่อปี
วันที่ 22 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายอเนก รัตน์รองใต้ เกษตรจังหวัดอุดรธานี มอบหมายให้นายบำรุง เพิ่มชีวา หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุดรธานี และคณะ ลงพื้นที่สวนอินทผลัมของนายสถาพร สักเสน อายุ 34 ปี และนางสาวพุ่มพวง อาจสมัย อายุ 30 ปี สองสามีภรรยา บ้านหนองกุง หมู่ 6 ตำบลขอนยูง อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี เพื่อเยี่ยมชมสวนอินทผลัมผลไม้เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งของอำเภอ โดยมีนางศรีพรรณ บูระพา เกษตรอำเภอกุดจับ นำลูกจ้างแรงงานโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรกรทฤษฎีใหม่ ให้การต้อนรับ โดย นายสถาพร สักเสน อายุ 34 ปี กล่าวว่า ได้ปลูกอินทผลัม 2 สายพันธุ์มากว่า 8 ปี บนพื้นที่ประมาณ 4 ไร่ เริ่มต้นจากตนเองทำงานด้านการเกษตรที่ประเทศอิสราเอลเมื่อปี 2553 หลังจากทำงานได้ 3 ปี จึงกลับมาบ้าน และทดลองปลูกอินทผลัม 2 สายพันธุ์มีพันธุ์เม็ดจูน จำนวน 30 ต้น และบาร์ฮี จำนวน 50 ต้น หลังจากปลูกเสร็จก็ให้ภรรยาดูแล ส่วนตนก็กลับไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลต่ออีก 2 ปี หลังจากที่กลับมาจากทำงานต่างประเทศ ก็เอาจริงเอาจริงกับการปลูกต้นอินทผลัมพร้อมกับใส่ใจ จากนั้นต้นอินทผลัมก็โตและเริ่มให้ผลผลิต แต่ปรากฏว่าพันธุ์เม็ดจูนไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ มีแต่พันธุ์บาร์ฮีที่ทยอยออกมาเรื่อยๆ จึงช่วยกันเก็บผลออกมาขาย แต่ในช่วงแรกการตลาดยังไม่ค่อยดีนักและอินทผลัมมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 500-600 บาท จึงขายไม่ค่อยได้ทำให้ต้องลดราคาลงเหลือกิโลกรัมละ 300-400 บาท ทำให้พอมีรายได้เข้ามาในครอบครัว ทั้งนี้ นายสถาพร กล่าวต่อว่า พันธุ์เม็ดจูนไม่สามารถเก็บผลผลิตได้ จึงได้เลิกปลูกและนำพันธุ์บาร์ฮีมาปลูกแทน ปัจจุบันได้มีการขยายการปลูกเพิ่มรวมแล้วกว่า 100 ต้น แต่ละต้นก็สร้างรายได้ให้เป็นจำนวนมาก โดยในแต่ละปีผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 ตัน ขายหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 400-450 บาทแล้วแต่ขนาด และมีบริการส่งทางไปรษณีย์ด้วย โดยในปีนี้ผลผลิตน้อยกว่าทุกปี เนื่องจากเกสรที่นำมาผสมไม่ติดลูกเท่าที่ควร แถมยังมาเจอกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อีกทำให้ลูกค้าในพื้นที่สีแดงที่เคยสั่งไปขายก็งดไปก่อน แต่ยังดีที่พอจะขายให้กับคนในพื้นที่ได้เรื่อยๆ