จิตอาสาพระราชทานยโสธรทำความสะอาดศาสนสถานวัดอาฮาม

ข่าวทั่วไทย21 ก.ย. 2564 • 09:32 น.
จิตอาสาพระราชทานยโสธรทำความสะอาดศาสนสถานวัดอาฮาม
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2564 นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานเปิดกิจกรรม จิตอาสาพัฒนาทำความสะอาด ศาสนสถาน ที่วัดอาฮาม ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร โดยมี พล.ต.ต.อิทธิพล นาคคำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยโสธร นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐ ปลัดจังหวัดยโสธร นายพนม สิงห์สาย พัฒนาการจังหวัด นายเจริญโชค พรหมชุติมา นายอำเภอป่าติ้ว พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ อบต.โพธิ์ไทร และประชาชาจิตอาสาในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรม นายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร(จิตอาสาพระราชทาน)นำผู้เข้าร่วมพิธีถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดกรวยกระทงดอกไม้ถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและกล่าวคำปฏิญาณ จากนั้นแยกเป็น 3 หมู่ ร่วมทำความสะอาด ขัดถูบริเวณพื้นศาลา ปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบวัดอาฮาม ให้มีความสวยงามเป็นระเบียบ สมดั่งเป็นที่ประดิษฐานพระประธาน อายุหว่า 300 ปี ที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความเคารพ สักการะ มาโดยตลอด สำหรับวัดอาฮาม มีประวัติความเป็นมาบันทึกไว้ว่า เมื่อสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา พระเจ้ากรุงเวียงจันทน์นามว่า สุริยวงศา ธรรมธิราชบรมบพิตร ได้เสด็จสวรรคต พญาแสนเมือง ได้ตั้งตนขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการ ทำให้เชื้อพระวงศ์ต้องหนีออกจากกรุงเวียงจันทน์ เพราะกลัว พระราชภัย เจ้าปางคำ ได้อพยพผู้คนข้ามแม่น้ำโขง มาตั้งเมืองใหม่ ที่หนองบัวลำภูและเปลี่ยนชื่อเป็น นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน ส่วนองค์หล่อ หนีไปอยู่เมืองเว้ ในเวียดนาม ต่อมาองค์หล่อ ซึ่งได้รับการช่วยเหลือจากเวียดนาม ได้เข้ายึดเวียงจันทน์คืนและสถาปนาขึ้นเป็นกษัตริย์ พระนามว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 2 จนกระทั่งสิ้นรัชกาลของพระองค์ ก็ได้มีการยึดการ ปกครองอีกครั้งหนึ่ง รัชทายาทของพระองค์คือ องค์บุญ ได้หลบไปอยู่นครเขื่อนขันธ์กาบแก้ว บัวบานกับเจ้าปางคำ นานหลายปีจนกระทั่งเจ้าปางคำถึงแก่ทิวงคต พระเจ้าตา ซึ่งเป็นบุตรเจ้าปางคำกับเจ้าพ่อพะวอผู้เป็นหลาน ได้นำกำลังเข้ารบยึดเมือง เวียงจันทน์คืน แล้วได้สถาปนาองค์บุญขึ้นเป็นกษัตริย์พระนามว่า พระเจ้าสิริบุญสาร ในภาย หลังพระเจ้าสิริบุญสารเกิดความหวาดระแวงพระเจ้าตาและเจ้าพระวอ เนื่องจากมีคนเคารพ นับถือมากตลอดจนมีกำลังทหารจำนวนมากจน เป็นเหตุให้เกิดสงครามขึ้นอีก นำไปสู่การอพยพ ผู้คนครั้งใหญ่ ในปี พ.ศ 2314 ผู้คนกลุ่มนี้ได้มาหลบซ่อนอยู่บริเวณบริเวณดงอาฮาม และได้ตั้งบ้านเรือน ประกอบด้วย บ้านเหล่า บ้านเผิ่ง บ้านถิ่นและ บ้านเค็ง โดยเฉพาะบ้านถิ่น มีผู้คนอาศัยอยู่มาก จึงมีการสร้างวัด สร้างพระพุทธรูปและสร้างโบสถ์ ต่อมาเกิดความขาดแคลน น้ำดื่ม น้ำใช้ประกอบกับว่ากลัวภัยจากการตามล่าของพระเจ้ากรุงเวียงจันทน์ หรือพระเจ้าสิริบุญสาร และภัยจากโรคร้าย ราษฎรส่วนหนึ่งจึงได้อพยพไปอยู่บ้านสิงห์ และอีกส่วนหนึ่งนำโดยเจ้าคำ ได้อพยพไปอยู่บ้านโพธิ์ไทร ทำให้บริเวณวัดอาฮาม เป็นหมู่บ้านร้าง คงเหลือไว้แต่เพียงพระพุทธรูปและโบสถ์