ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯรับฟังข้อเสนอการจัดการพื้นที่อุทยานฯ พร้อมแนะแนวทางการทำงานภายใต้กฎหมายใหม่  

ข่าวทั่วไทย20 มิ.ย. 2566 • 11:01 น.
ปลัดกระทรวงทรัพยากรฯรับฟังข้อเสนอการจัดการพื้นที่อุทยานฯ พร้อมแนะแนวทางการทำงานภายใต้กฎหมายใหม่  

วันที่ 20 มิถุนายน 2566   เวลา 09.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 33 มาตรา 64 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 รุ่นที่ 4 ระหว่างวันที่ 19 - 20 มิถุนายน 2566 ให้แก่ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติกว่า 300 คน

โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวรายงาน นายชีวะภาพ  ชีวะธรรม  หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวง ทส.  เข้าร่วมประชุม  ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพมหานคร เพื่อขับเคลื่อนการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ รับทราบปัญหา อุปสรรค รวมถึงซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานตามบทบัญญัติมาตราที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง เพื่อประโยชน์แก่ประชาชนและผู้ปฏิบัติงาน

นายจตุพร กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ในครั้งนี้ จะเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 33 มาตรา 64 และมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพื้นที่ใจกลางอุทยานแห่งชาติที่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่สำคัญ หรือ พื้นที่ไข่แดง และมีประชาชนเข้าไปอยู่อาศัย จำเป็นต้องมีแนวทางหรือคู่มือการอนุญาตเข้าใช้ประโยชน์พื้นที่ที่เหมาะสมให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ลดการใช้ดุลยพินิจส่วนบุคคล และสามารถปฏิบัติงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินอกจากป่าไม้แล้ว ยังมีทั้งพืชป่า สัตว์ป่า และแหล่งต้นน้ำลำธาร ที่ต้องคำนึงถึง

ซึ่งในการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากจะต้องยึดกฎหมายหลักและกฎหมายรองเป็นหลักสำคัญในการปฏิบัติงานแล้ว ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากท้องถิ่น ท้องที่ และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในการมีส่วนร่วมดูแลปกป้องเป็นหูเป็นตาร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯ เป็นสำคัญอีกด้วย และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การสร้างความรับรู้ความเข้าใจให้แก่พี่น้องประชาชน เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่อนุรักษ์ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและการเพิ่มพื้นที่สีเขียวได้อย่างยั่งยืน