ตรังจัดพิธีอำลาตำแเหน่งผู้ช่วยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน

ข่าวทั่วไทย26 ก.ย. 2567 • 02:55 น.โดย ทองขาล กัณหาจันทร์  
ตรังจัดพิธีอำลาตำแเหน่งผู้ช่วยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดน

จังหวัดตรังจัดพิธีอำลาตำแเหน่งผู้ช่วยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง ที่เกษียณอายุราชการ ภายในปีงบประมาณ 2567

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรังที่ 1 อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง นายกองเอก ทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง เป็นประธานในพิธีอำลาตำแเหน่งผู้ช่วยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง ที่เกษียณอายุราชการ ภายในปีงบประมาณ 2567 โดยมี นายกองเอก สกุล ดำรงเกียรติกุล นายกองเอก วิชาญ ชัยเศรษฐสัมพันธ์ รองผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง นายกองเอก สุเทพ แก้วประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอ ทุกอำเภอ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง เข้าร่วมพิธี

สำหรับวัตถุประสงค์ของพิธีฯ ในวันนี้ เป็นการแสดงมุทิตาจิตต่อผู้บังคับบัญชา และกำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนที่เกษียณอายุราชการ ซึ่งได้สร้างคุณูปการต่อทางราชการ รวมทั้งเป็นการแสดงออกถึงการให้เกียรติ การสร้างความประทับใจ และความภาคภูมิใจต่อกำลังพล โดยในปีนี้ มีผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ จำนวน 7 นาย ประกอบด้วย นายกองเอก สุเทพ แก้วประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน จำนวน 6 นาย จึงได้จัดทำพิธีอำลาลาตำแหน่งผู้ช่วยผู้บังคับการถององสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง และสมาชิกกองอาลารักษาดินแดนที่เกษียณอายุราชการ

โดยผู้บังคับการกองอาสารักษาดินแดนจังหวัดตรัง กล่าวว่า ทุกท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ราชการภายใต้สังกัดกรมการปกครองในการ "บำบัดทุกข์ บำรุงสุข" ให้แก่พี่น้องประชาชน และสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติอันเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่ายปกครองที่ทำให้ประชาชน "ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น" ซึ่งท่านทั้งหลายย่อมตระหนักกันดีว่าภารกิจหน้าที่ของกรมการปกครอง มีขอบเขตกว้างขวาง ยากลำบากในการปฏิบัติ จึงต้องทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และสติปัญญา พร้อมทั้งมีความเสียสละอย่างสูง ดังนั้น การที่ทุกท่านได้รับราชการมาด้วยดี ได้ปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด สร้างสรรค์คุณประโยชน์ด้วยความวิริยะอุตสาหะ เหน็ดเหนื่อยทั้งกำลังกายกำลังใจ เผชิญกับปัญหาต่างๆ ผ่านมาจนมาถึงวันเกษียณอายุราชการ จึงถือได้ว่าเป็นเกียรติประวัติ และเป็นความภาคภูมิใจแก่ตนเองและครอบครัว สมควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้ข้าราชการรุ่นหลังพึงระลึกถึง และถือปฏิบัติเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานต่อไป