ชุดพยัคฆ์ไพร ลุยตรวจกลุ่มทุนจุดไฟเผาป่าพรุ หวังยึดครองพื้นที่ป่าสงวนฯ พื้นที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ-อ.ร่อนพิบูลย์
เมื่อวันที่ 23 ส.ค.66 นายทรงศักดิ์ กิตติธากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สั่งการให้นายชาญชัย กิจศักดาภาพ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร และศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่านครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมการควบคุมไฟป่าสงขลา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สจป.12 (นครศรีธรรมราช) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.4 (ร่อนพิบูลย์) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นศ.5 (ชะอวด) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป.12 นครศรีธรรมราช 2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเฉลิมพระเกียรติ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ ฝ่ายปกครองอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเฉลิมพระเกียรติ เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงต่อการถูกบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง ต่อเนื่องจากเหตุไฟไหม้พื้นที่ชุ่มน้ำป่าพรุควนเคร็ง รวมทั้งร่วมกันลาดตระเวนป้องกัน ปราบปราม และเฝ้าระวังพื้นที่ ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอนทราย และป่ากลอง และป่าสงวนแห่งชาติ ป่ากุมแป ป่าบ้านในลุ่ม และป่าพรุควนเคร็ง ท้องที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจากแหล่งข่าวทราบว่ามีกลุ่มทุนอาศัยช่วงจังหวะที่เกิดเหตุไฟไหม้ป่า เข้าไปจุดไฟเผาป่าพรุเพิ่มเติม และนำเครื่องจักรกลหนักเข้าไปปรับพื้นที่เพื่อทำการยึดถือครอบครองพื้นที่ป่า
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย 3 แปลง โดยได้แจ้งความดำเนินคดี ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรร่อนพิบูลย์ 1 แปลง เนื้อที่ 5-2-97 ไร่ ซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดอนทราย และป่ากลอง ท้องที่หมู่ 6 ตำบลควนพัง อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในฐานความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี และมาตรา 55 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ประกอบ มาตรา 31 และอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดีอีก 2 แปลง เนื้อที่ประมาณ 268 ไร่ และ 37 ไร่ ซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดอนทราย และป่ากลอง ท้องที่ ตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช
จากนี้เจ้าหน้าที่จะได้ร่วมกันลาดตระเวนเฝ้าระวังป้องกันไฟป่า รวมทั้งเฝ้าระวังพื้นที่ที่ได้เกิดเหตุไฟไหม้ป่าแล้ว เพื่อป้องกันและปราบปรามการเข้าไปบุกรุก ยึดถือ ครอบครองพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์ไฟป่าจะคลี่คลายลง