แก๊งสวม GAP ทำแสบชาวสวนทุเรียนเดือดร้อนหลังจีนระงับ GAP 2 แปลงในนครศรีธรรมราชจี้กระทรวงเกษตรเร่งแก้ปัญหา
ภายหลังจากจีนประกาศระงับ GAP จำนวน 2 แปลงในตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา นครศรีธรรมราช แปลงแรกมีเนื้อที่ 12 ไร่ แปลงที่ 2 มีเนื้อที่ 9 ไร่ โดยอ้างการตรวจสอบพบสารแคดเมียมเกินมาตรฐานกำหนด ส่งผลกระทบให้กับชาวสวนอย่างมากโดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา ซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตทุเรียนคุณภาพแหล่งสำคัญของภาคใต้ และไม่เคยปรากฏมีปัญหาสารตกค้างมาก่อนเลย
วันที่ 6 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า มีการลงพื้นที่ไปยังแปลง 12 ไร่ หมู่ 1 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา นครศรีธรรมราช ซึ่งมีนางสกุลตลา ปานจนะ เป็นผู้ดูแลและผลิตทุเรียนนอกฤดูเพื่อการส่งออก ระบุว่าวานนี้เจ้าหน้าที่เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้าติดตามข้อมูลแล้วมั่นใจว่าเอกสาร GAP ถูกนำไปสวมทุเรียนจากที่อื่นแน่นอน โดยน่าเชื่อว่าเป็นทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากนั้นนำมาสวมเป็นทุเรียนไทยแล้วส่งออกไปยังประเทศจีน มีการตัดมีดสุดท้ายหรือล็อตสุดท้ายของสวนเพียง 600 กิโลกรัม ในวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา หรือ 1 เดือนก่อน ล็อตที่มีปัญหาทราบว่าคือวันที่ 9 มีนาคมเช่นเดียวกันที่ด่านขาเข้าประเทศจีน แต่ทุเรียนจากสวนจำนวน 600 กิโลกรัมออกไปช่วงค่ำวันนั้นดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่ทุเรียนจะไปถึงจีนก่อนจะออกจากสวนปริมาณแค่ 600 กก.ไม่ใช่แน่
โดยมีนายหน้ารับซื้อมาทำสัญญาและขอถ่ายรูปเอกสาร GAP ไปเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2568 โดยอ้างว่าเจ้านายเป็นผู้จ่ายเงินขอไม่เช่นนั้นจะไม่จ่ายเงินค่าทุเรียน จึงให้ถ่ายไปน่าเชื่อว่าเป็นการนำเอาไปทำทุจริตได้มีการบันทึกภาพนายหน้าทุเรียนรายนั้นไว้ด้วย และเมื่อเกิดเรื่องได้มีลูกมีดหรือพวกตัดทุเรียนมาประสานว่าขอย่าให้มีการแจ้งความ และหากข้าราชการเกษตรจังหวัดมาสอบถามให้บอกว่าไม่รู้เรื่องไม่เห็นอย่างให้ข้อมูลใดๆอย่างเด็ดขาด ซึ่งได้ไปแจ้งความดำเนินคดีแล้วและมีหลักฐานอยู่ทั้งหมดแล้วเช่นกันจะดำเนินการให้ถึงที่สุด
ด้านนางสกุลตลา ยังบอกด้วยว่าขอเตือนให้เพื่อเกษตรกรระมัดระวังเอกสาร GAP ของตัวเอง จะถ่ายอย่างไรจะเซ็นอย่างไรพวกขบวนการนี้ยังเอาไปทำแบบนี้ได้ทำลายชื่อเสียงของทุเรียนไทย สร้างความเสียหายความเดือดร้อนให้กับเกษตรกร และขอเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรให้ความช่วยเหลือเกษตรกรเพราะหากถูกระงับ GAP โดยที่พวกเราไม่ได้มีความผิดเลย รอบการผลิตถัดไปจะเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม และจะไปเก็บเกี่ยวราวพฤศจิกายน เมื่อไม่มี GAP จะไปขายที่ไหนดังนั้นต้องเร่งแก้ปัญหานี้
อย่างไรก็ตามมีรายงานเพิ่มเติมว่าเกษตรกรหลายรายกำลังอยู่ในความกังวลเนื่องจากขณะนี้ไม่มีใครรู้เลยว่าเอกสาร GAP ของตัวเองที่แสดงกับผู้ซื้อนั้นจะถูกนำเอาไปสวมสิทธิด้วยหรือไม่ หากมีการนำไปใช้สวมสิทธิโดยขบวนการนี้ ซึ่งต่างทราบดีว่ามีการลอบนำเข้าทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้าน แล้วนำมาสวมเป็นทุเรียนไทยย้อมแมวส่งออกไปยังประเทศจีนจะสร้างความเสียหายครั้งใหญ่ให้กับเกษตรกรและชื่อเสียงของทุเรียนไทยอย่างหนักอีกครั้ง ส่วนการแก้ไขปัญหาของกระทรวงเกษตรเป็นไปอย่างล่าช้า