ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนกำชับลอยกระทงปีนี้งดใช้โพมเด็ดขาดส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 

ข่าวทั่วไทย16 พ.ย. 2566 • 12:51 น.
ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอนกำชับลอยกระทงปีนี้งดใช้โพมเด็ดขาดส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ 

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ณ ศาลาพอเพียง สนามหน้าศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นำโดย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอุกฤษฎ์ แสงงาม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู นางสาวมัลลิกา จีนาคำ นายกเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน และนายสุรศักดิ์ ป้อมทองคำ ผู้ทรงคุณวุฒิ ร่วมแถลงข่าว การจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิดกิจกรรมประเพณีลอยกระทง ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนเพื่อลดของเสีย ที่ย่อยสลายยาก 


    
โดยภายในงานมีการจัดนิทรรศการด้านการบริหารจัดการ อนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การสาธิตวิธีการทำกระทงลอยน้ำ จากวัสดุธรรมชาติ และกระทงสวรรค์ไร้โฟม สำหรับจังหวัดแม่ฮ่องสอน กำหนดจัดงานประเพณีลอยกระทง ประจำปี 2566 ดังนี้ ประเพณีลอยกระทงสวรรค์ ณ วัดพระธาตุดอยกองมู ระหว่างวันที่ 23-27 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน กำหนดจัด ณ บริเวณสวนสาธารณะ- ลำน้ำแม่ฮ่องสอน ระหว่างวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2566  ประเพณีสิบสองมน ล่องผ่องไต องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู กำหนดจัด ณ บริเวณสะพานข้ามน้ำปาย บ้านปางหมู ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2566  องค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน กำหนดจัด ณ บริเวณศูนย์บริการและพัฒนาลุ่มน้ำปายตามพระราชดำริ ระหว่างวันที่ 26-28 พฤศจิกายน 2566  

ทั้งนี้ นายเชษฐา  โมสิกรัตน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า ในปีนี้ ได้แจ้งไปยังนายอำเภอทุกอำเภอ รวมทั้งองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ให้ขอความร่วมมือกับประชาชนในชุมชนรวมทั้งพ่อค้าแม่ค้าที่ทำกระทงจำหน่าย ห้ามใช้โพมเด็ดขาด แต่ละแห่งที่จัดกิจกรรมลอยกระทง ให้จัดกิจกรรมภายใต้แนวคิดลอยกระทงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทั้งลอยกระทงสวรรค์ปลอดโฟม และส่งเสริมสนับสนุนการทำกระทงสำหรับลอยน้ำด้วยวัสดุเหลือใช้ทางธรรมชาติที่มีในท้องถิ่น เช่น ใบตองตึง เปลือกข้าวโพด มาประยุกต์ทำกระทง ผ่านนวัตกรรมภูมิปัญญาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวแม่ฮ่องสอน

ซึ่งวัสดุเหล่านี้หาง่ายในท้องถิ่น และเป็นการนำของเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตภาคการเกษตร เศษวัสดุตามธรรมชาติกลับมาใช้ประโยชน์ จะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดการเผาในที่โล่ง ลดมลพิษทางอากาศที่เป็นปัญหาสำคัญของภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังต่อยอดเพิ่มมูลค่าสร้างรายได้จากวัสดุเหลือใช้กลายเป็นสินค้าที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมตามนโยบาย BCG Model ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนอย่างรู้คุณค่า อีกทั้งยังสนับสนุนให้ทำกระทง ที่ไม่ใช้ตะปู  ลวด และเครื่องเย็บกระดาษ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความเป็นไทยควบคู่กับการอนุรักษ์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน