ยโสธร ประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็น การทำแผนพัฒนาจังหวัดปี 2566- 2570

ข่าวทั่วไทย6 ก.ย. 2564 • 07:38 น.โดย สมหมาย พาลพล
ยโสธร ประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็น การทำแผนพัฒนาจังหวัดปี 2566- 2570
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 6 ก.ย.64 ที่โรงแรมเจพีเอ็มเมอรัลด์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร นายชลธี ยังตรง ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธรเป็นประธานในการเปิดการประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็นและปรึกษาหารือเกี่ยวกับแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ 2566 -2570 จังหวัดยโสธร โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนภาคประชาสังคม ผู้แทนภาคธุรกิจเข้าร่วมการประชุมประชาคมรับฟังความคิดเห็นและปรึกษาหารือเกี่ยวกับจังหวัดยโสธรในครั้งนี้จำนวน 230 คน โดยมีนายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร นายชัยวัฒน์ ชัยเวชพิสิฐปลัดจังหวัดยโสธรพร้อมหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้ นายไกร เอี่ยมจุฬา หัวหน้าสำนักงานจังหวัดยโสธรในนามผู้จัดการประชุมประชาคมรับฟังและปรึกษาหารือเกี่ยวกับการพัฒนาจังหวัดพศ 2566- 2570 จังหวัดยโสธรในครั้งนี้กล่าวว่าการจัดประชาคมในครั้งนี้สืบเนื่องจากการที่จังหวัดยโสธรได้จัดทำแผนพัฒนาจังหวัดพ. ศ. 2566-2570 และได้มีการทบทวนและปัจจุบันแผนพัฒนาจังหวัดฉบับดังกล่าวได้ครบกำหนด 5 ปี สำนักงานพัฒนาการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการบูรณาการนโยบายพัฒนาการพัฒนาภาค(ก.บ.ภ) วิธีการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดพ.ศ 2566- 2570 ให้จังหวัดดำเนินการซึ่งปฏิบัติตามปฏิทินการดำเนินงานกำหนดให้จังหวัดส่งแผนพัฒนาจังหวัด พ.ศ.2566-2570 ภายในวันที่ 15 กันยายนนี้ดังนั้นเพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดเป็นไปด้วยความเรียบร้อยจังหวัดจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการทำขึ้นมาดำเนินการทั้งสิ้นและคณะกรรมการ 3 คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณและคณะอนุกรรมการพิจารณาร่างงบประมาณสภาผู้แทนราษฎรนำมาใช้ประกอบด้วยทั้งนี้ได้มีการประชุมคณะทำงาน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 10 และวันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมา และประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม จังหวัดจึงจัดประชุมการจัดทำแผนและประสานแผนพัฒนาในระดับพื้นที่ให้กับผู้แทนอำเภอและผู้แทนส่วนราชการระดับจังหวัดที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม และในครั้งนี้จะเป็นการประชุมรับฟังความคิดเห็นและปรึกษาหารือร่วมกับบุคคลจากภาครัฐต่างๆโดยมีร่วมประชุมในครั้งนี้ 230 คน