'ชาวหัวทะเล' โคราช ขอสะพานลอยข้ามทางรถไฟ 'ส.ส.เกษม' พปชร. ลงพื้นที่เสนอปัญหาให้รบ.ช่วย
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 ธันวาคม ที่ถนนข้ามทางรถไฟสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณจุดตัดบ้านหัวถนน หมู่ที่ 7 ต.หัวทะเล อ.เมือง นครราชสีมา นายเกษม ศุภรานนท์ ส.ส พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จังหวัดนครราชสีมา เขต 1 พื้นที่ อ.เมือง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีผลกระทบที่เกิดจากโครงการรถไฟทางคู่ ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น ซึ่งเป็นรูปแบบทางคู่ขนานบนพื้นดินและปิดจุดตัดถนนข้ามทางรถไฟ โดยก่อสร้างทางต่างระดับซึ่งเป็นสะพานรูปเกือกม้าความยาว 1 กิโลเมตร ความสูง 10 เมตรและสร้างลูกกรงเหล็กเป็นแนวกั้นป้องกันการข้ามทางรถไฟ โดยมีนายเกียรติ รองพล กรรมการชุมชนบ้านหัวถนนและชาวบ้านในพื้นที่ได้มารอชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนและขอให้ช่วยเหลือเยียวยาที่เกิดขึ้นกว่า 3 ปี
นายเกียรติ เปิดเผยว่า ที่ตั้งบ้านหัวถนนเป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างเขตเมืองที่มีทางรถไฟเป็นแนวแบ่งเขตการปกครอง โดยเป็นชุมชนดั้งเดิมมีประชากรกว่า 1 พันคน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้างทั่วไป รวมทั้งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนบุญวัฒนา 2 และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยวิทยาเขตนครราชสีมา (มจร.) และเป็นเส้นทางเชื่อมต่อถนนสาย ฉ หรือทางหลวงชนบท นม.1111 ทางเลี่ยงเมืองด้านทิศตะวันออก ภายหลังการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เปิดใช้รถไฟทางคู่และปิดจุดตัดถนนโดยให้ใช้สะพานเกือกม้าแทนได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยต้องเดินเท้าและใช้ยานพาหนะข้ามไปอีกฝั่งที่มีระยะทางไม่เกิน 50 เมตร พระสงฆ์-สามเณรไม่สามารถเดินมารับบิณฑบาตได้ ผู้สูงวัยและนักเรียนที่ไม่มีรถต้องรอให้มีคนมารับขึ้นรถนำไปส่ง มิเช่นนั้นต้องเดินเท้าขึ้นสะพานเป็นระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จึงมีการลักลอบตัดลูกกรงเหล็กเป็นทางลักผ่านเพื่อไม่ต้องใช้สะพานเกือกม้าข้าม ทำให้สุ่มเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ ที่ผ่านมาได้รวบรวมรายชื่อชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนนำเสนอให้ รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหาแต่ก็ไม่มีการเหลียวแลแต่อย่างใด พวกเราเข้าใจและเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาโครงการรถไฟทางคู่ จึงมิได้ต้องการเรียกร้องมากเกินความจำเป็น โดยเฉพาะการทุบหรือรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่ใช้เงินภาษี ขอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโปรดช่วยเหลือเยียวยาความเดือดร้อน พิจารณาจัดสรรงบก่อสร้างสะพานลอยให้ชาวบ้านสามารถเดินเท้าข้ามผ่านไปหากันได้เหมือนเดิม
ด้านนายเกษม ส.ส.พปชร. ในฐานะตัวแทนรัฐบาล กล่าวว่า รัฐบาลได้นำโครงการพัฒนาด้านคมนาคมและความเจริญมาสู่ประชาชนในท้องถิ่น แต่ข้อมูลที่ได้รับและตรวจสอบด้วยตัวเอง พบผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนเดิมเคยไปมาหาสู่กันได้ ชาวบ้านต้องทำลายลูกกรงที่เป็นแผงกั้นออก เพื่อลักลอบใช้เป็นทางลักผ่านไปหากันหรือเดินทางไปประกอบกิจกรรมในการดำรงชีพ หากไม่ได้รับแก้ไขปรับปรุง ปัญหานี้จะอยู่ตลอดไปชั่วลูกหลาน ตนซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนมีความใกล้ชิดผูกพันตระหนักในหน้าที่ความจำเป็น ขออาสาเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน เพื่อรวบรวมข้อมูลนำเสนอรัฐบาลพร้อมขอความเมตตาให้พิจารณาทบทวนโดยจัดสรรงบประมาณนำไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เพื่อลดผลกระทบที่เกิดอย่างเหมาะสมที่สุด