เกษตรอำเภอค้อวัง จัดเวทีวิเคราะห์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มวัสดุเหลือใช้ให้เกษตรกร
วันที่ 30 ม.ค.67 ที่ศาลาประชุมชาคมบ้านเหล่าน้อย ตำบลค้อวัง อำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร สำนักงานเกษตรอำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธรโดยนายถวิล เศษบุบผา เกษตรอำเภอค้อวัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอค้อวังจัดเวทีวิเคราะห์ชุมชน และถ่ายทอดองค์ความรู้การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ภายใต้โครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ประจำปี2567 ของกรมส่งเสริมการเกษตร โดยมีเกษตรกรในพื้นที่อำเภอค้อวังเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้
นายถวิล เศษบุบผา เกษตรอำเภอค้อวัง จังหวัดยโสธร กล่าวว่า อำเภอค้อวังมีพื้นที่เขตเกษตรกรรมประมาณ 84,057 ไร่ มีการผลิตพืชผลทางการเกษตร และทำให้เกิดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจำนวนมาก เกษตรกรและชุมชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จึงนิยมนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไปทิ้ง แทนที่จะนำมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าและมีปริมาณมาก สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้เกษตรกรและชุมชนสามารถนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า จะช่วยเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร จะช่วยให้เกษตรกรและชุมชนได้รับประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ โดยการแปรรูปวัสดุเหลือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนเป็นการลดการเผาทิ้งวัสดุเหลือใช้จะช่วยให้ลดปัญหามลพิษทางอากาศและสิ่งแวดล้อมเช่น การเผาเศษวัสดุการเกษตรก่อให้เกิดก๊าซพิษซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม
อำเภอค้อวัง จึงได้จัดทำโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมมือเพื่อการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและผลพลอยได้จากการเกษตรที่เกิดความสูญเสียและต้องทำลายโดยเปล่าประโยชน์ เช่น ฟางข้าวเสนอแนวทางการบริหารจัดการสร้างมูลค่าเพิ่มสร้างผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมชุมชน ผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์ของพื้นที่โดยนำข้อมูลการใช้ประโยชน์พื้นที่ ข้อมูลการผลิตของครัวเรือน ข้อมูลจากแผนพัฒนาการเกษตรระดับตำบล ข้อมูลทะเบียนเกษตรกร มาใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อประเมินสภาพปัจจุบัน ค้นหาศักยภาพ ปัญหาต่างๆ โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมเป็นผู้ร่วมกันวิเคราะห์ และทวนสอบความถูกต้องของข้อมูลต่างๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่ กลุ่มเครือข่าย พัฒนาแนวทางแบบองค์รวม ชุมชนร่วมกันกำหนดเป้าหมายของตัวเอง โดยชุมชนเป็นคนคิดและคนทำ เพื่อให้เกษตรกรได้ร่วมกันกำหนดเป้าหมายการพัฒนาการเกษตรของชุมชนตนเองต่อไป