สธ.บุรีรัมย์​ เร่งรณรงค์ ปชช.และกลุ่ม 608 ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น​ ป้องกันโควิดระบาดระลอกใหม่​ หลังพบติดเชื้อสัปดาห์ 50 ราย

ข่าวทั่วไทย29 พ.ย. 2565 • 13:47 น.
สธ.บุรีรัมย์​ เร่งรณรงค์ ปชช.และกลุ่ม 608 ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น​ ป้องกันโควิดระบาดระลอกใหม่​ หลังพบติดเชื้อสัปดาห์ 50 ราย


 
สาธารณสุข​ จ.บุรีรัมย์  เร่งรณรงค์เชิญชวนประชาชน และกลุ่ม 608  ฉีดวัคซีนเข้มกระตุ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโควิดระบาดระลอกใหม่  หลังพบผู้ติดเชื้อสัปดาห์ละ 50 ราย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นช่วงปีใหม่เพราะมีการเดินทางข้ามจังหวัดและรวมตัวเฉลิมฉลองสังสรรค์  เผยสถิติฉีดวัคซีนเข้มกระตุ้นยังน้อย    
       

  (29 พ.ย.65) ทพ.จีรศักดิ์   ทิพย์สุนทรชัย   รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์  ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ว่า  ปัจจุบันจังหวัดบุรีรัมย์พบผู้ป่วยติดเชื้อเฉลี่ยสัปดาห์ละ 40-50 ราย ส่วนยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 51,000 ราย และเสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 95 ราย  แต่ช่วงนี้ยังไม่พบผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม  ถึงแม้ช่วงนี้อัตราการผู้ติดเชื้อในพื้นที่ช่วงนี้จะยังไม่สูงมาก  แต่คาดการณ์ว่าช่วงที่สภาพอากาศหนาวเย็นลง  สถิติผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้น  เนื่องจากเป็นช่วงที่โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจจะสามารถแพร่ระบาดได้ง่าย   
       

 อีกทั้งในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใกล้จะถึงนี้ก็เสี่ยงที่อัตราผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นมาก  เพราะมีผู้คนเดินทางข้ามจังหวัดจำนวนมากและมีการรวมตัวเฉลิมฉลองกันในหลายพื้นที่   ก็จะเสี่ยงทำให้การติดเชื้อขยายเป็นวงกว้างได้   จึงอยากเชิญชวนประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้มากขึ้น  โดยเฉพาะเด็กเล็กและกลุ่ม 608 ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย  และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูง   
       

 ซึ่งจากข้อมูลพบว่าขณะนี้กลุ่ม 608 มารับวัคซีนเข็มกระตุ้นประมาณร้อยละ 53 ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไปฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียง​ ร้อยละ 44 เท่านั้น ถือว่ายังน้อยอยู่  จึงขอเชิญชวนประชาชนไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้น ที่โรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง, รพ.สต, และโรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ป้องกันการเสียชีวิต
           

พร้อมกันนี้​ ยังได้ขอความร่วมมือประชาชนไม่ประมาท การ์ดต้องไม่ตก ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้ออย่างเคร่งครัด  ทั้งการสวมใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง  ล้างมือบ่อยๆ ก็จะช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจและโควิด-19 ได้   แต่หากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวใหม่ในพื้นที่ และมีมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น   ทางจังหวัดก็จะมีการพิจารณายกระดับมาตรการป้องกันเพิ่มขึ้นต่อไป