โคราชสังคายนาโรงงงานปล่อยน้ำเสียลงลำน้ำมูลห้ามประชาคมจัดตั้งเพิ่ม

ข่าวทั่วไทย17 ก.ย. 2567 • 16:11 น.โดย เกษม  ชนาธินาถ
 โคราชสังคายนาโรงงงานปล่อยน้ำเสียลงลำน้ำมูลห้ามประชาคมจัดตั้งเพิ่ม

วันที่ 17 กันยายน 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอโชคชัย จ.นครราชสีมา นายธรรมธรรศ  ทองสำโรง นายอำเภอโชคชัย เป็นประธานการประชุมคณะทำงานตรวจสอบการจัดการน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ริมแม่น้ำมูล ประกอบด้วย ผู้แทนสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 นครราชสีมา (สคพ.11 นม.) อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานปศุสัตว์ สำนักงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ผู้นำชุมชนและภาคประชาชน วาระการหารือกำหนดแนวทางปฏิบัติ มาตรการป้องกัน การเฝ้าระวังรวมทั้งพัฒนา อนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษาความสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

 



เนื่องจากห้วงเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา โรงงานอุตสาหกรรมได้ปล่อยน้ำเสียไม่ผ่านการบำบัดหรือไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้ 1.วันที่ 16 พฤษภาคม โรงงานแปรสภาพขนไก่ประกอบกิจการรับวัตถุดิบจากโรงงานชำแหละไก่สดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ปล่อยน้ำทิ้งไม่ผ่านการบำบัดลงลำน้ำมูล ทำให้น้ำดิบช่วงเส้นทางน้ำไหลผ่าน ต.ท่าอ่าง ต.ด่านเกวียน และ ต.ท่าจะหลุง อ.โชคชัย มีสีเขียวส่งกลิ่นเหม็น ปริมาณสารละลายสูงเกินมาตรฐานส่งผลให้ปลาเค้า ปลาตะเพียน ปลาขาวและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ น้ำหนักรวมประมาณ 3 ตัน ลอยตายบนผิวน้ำเป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร 2.วันที่ 16 ส.ค น้ำฝนผสมรวมขี้เถ้าที่นำมาถมปรับพื้นที่ภายในโรงแป้งมันเยนเนรัลสตาสท์ อ.ครบุรี ปริมาณ 200 ลูกบาศก์เมตร รั่วไหลลงสู่ลงลำน้ำมูล ส่งผลให้น้ำดิบมีสีดำ ค่าออกซิเจน ความเป็นกรดด่าง ค่าความน้ำไฟฟ้าและอื่นๆ เกินค่ามาตรฐาน 3.วันที่ 21 ส.ค ฝนตกหนักทำให้กำแพงกั้นบ่อน้ำเสียหลังโรงงานไทยมิตซูวา อ.โชคชัย ประกอบกิจการผลิตผลิตภัณฑ์พลาสติกชำรุด ทำให้มีน้ำเสียไหลลงลำน้ำมูล

 



ด้าน นายซ้าย  ผลกระโทก สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา เขต อ.โชคชัย  กล่าวว่า รัศมี 1-2 กิโลเมตร มีโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบกิจการอื่นๆ รวม 23 แห่ง ตั้งอยู่สองฝั่งลำน้ำมูล การพิจารณาจัดตั้งโรงงานหรือสถานประกอบกิจการ อปท.และผู้นำชุมชนต้องพิจารณาอย่างรอบครอบให้ครบคลุมทุกมิติและไม่ควรอนุญาตให้จัดตั้งเพิ่มเติมอีก เนื่องจากลำน้ำมูลเป็นพื้นที่สีแดงมีความเสี่ยงสูงและต้องแบกรับน้ำเสียจากการบำบัดทั้งผ่านและไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งมีโรงงานหลายแห่งขยายฐานการผลิตแต่ไม่เคยปรับปรุง ซ่อมบำรุงระบบบำบัดน้ำเสียแต่อย่างใด เมื่อเกิดปัญหาชาวบ้านไม่ต้องการเงินชดใช้เยียวยา ผู้ประกอบการควรมีจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อสังคมด้วย  

ส่วน นายสมพงษ์  บุญเฟรือง ผู้อำนวยการส่วนการจัดการคุณภาพน้ำ อากาศและเสียง สคพ.11 นม. กล่าวว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสั่งการให้โรงงานปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียและปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดทันที พร้อมทั้งดำเนินการตามกฎหมาย โดยเรียกค่าปรับและพิจารณายกเลิกใบอนุญาตหากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด ทั้ง 3 โรงงาน ยอมรับและยินยอมจ่ายค่าชดเชยเยียวยาอยู่ระหว่างประเมินความเสียหายตามสภาพความเป็นจริง



ขณะที่ นายประเสริฐ  ป้ำกระโทก แกนนำอนุรักษาลำน้ำมูล เปิดเผยว่า ช่วงเส้นทางลำน้ำมูลไหลผ่านเป็นสาขาต้นน้ำมูล โดยเป็นน้ำดิบที่ระบายมาจากเขื่อนขนาดใหญ่ 2 แห่ง ไหลผ่าน อ.ครบุรี อ.โชคชัย และบรรจบกับลำตะคอง ที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ตลอดเส้นทางกว่า 120 กม. มีการประปาท้องถิ่นหลาย 10 แห่ง การประปาภูมิภาคจอหอ รวมทั้งการประปาเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา สูบน้ำมาผลิตน้ำประปาแจกจ่ายให้พี่น้อง ประชาชนหลายแสนคน ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมล่ารายชื่อเสนอให้ ครม. พิจารณาเพิ่มอัตราโทษโรงงานที่กระทำทำผิดซ้ำซาก หากไม่เข็ดหลาบต้องมีคำสั่งปิดโรงงานด้วย

 



ทั้งนี้ขณะกำลังประชุมในระเบียบวาระที่ 5 เรื่องอื่น ๆ นายพิพัฒน์  อุปกระโทก กำนันตำบลทุ่งอรุณ อ.โชคชัย ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ พบบริษัท ไทยอาซาฮี จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตแป้งเดกตรินหรือโมดิฟายด์สตาร์ชหรือผลิตแป้งพรี-เจลลาติไนซ์ สตาร์ชส่งออกต่างประเทศ ลักลอบปล่อยน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดลงสู่คลองส่งน้ำลำแชะ นายธรรมธรรศ นายอำเภอโชคชัย พร้อมส่วนงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบน้ำสีดำไหลออกจากท่อระบายน้ำของโรงงานดังกล่าว เบื้องต้นโรงงานยอมรับอ้างเป็นน้ำทิ้งจากกิจกรรมอุปโภค บริโภคและห้องน้ำ มิใช่น้ำจากภาคอุตสาหกรรม นายอำเภอโชคชัย ได้สั่งการให้นำกระสอบทรายมาวางปิดทางน้ำไหลและให้ดำเนินการให้ถูกต้องภายใน 24 ชั่วโมง มิเช่นนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย