สาวร้องสื่อนำเงินปิดงวดค่าที่ดิน-บ้านกลับถูกปฏิเสธอ้างกลัวสหกรณ์ฯขาดสภาพคล่อง
วันที่ 24 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องขอความเป็นธรรม กรณีเรื่องของการกู้เงินสหกรณ์ฯ ในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเช่าซื้อบ้านและที่ดินของโครงการซึ่งตั้งอยู่ที่ชุมชนทุ่งโพธิ์ เขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ อำเภอเมืองสุรินทร จังหวัดสุรินทร์ โดยมีบ้านในโครงการจำนวน 196 หลัง ทั้งนี้ผู้ร้องขอความเป็นธรรมคือนางสาวพิฌยาวัลย์ เผยว่าตนได้เช่า-ซื้อบ้านและที่ดินในโครงการฯเลขที่300/44 อาคาร c ซึ่งเป็นตึกแถว 2 ชั้น ขนาด 10 ตาราววา และได้ซื้อที่ดินด้านข้างติดกับบ้านเพิ่ม 9 ตาราวาง รวมเป็น 19 ตารางวา
แต่การเช่าซื้อกลับมีปัญหา ทั้งเรื่องที่ดิน และเรื่องของที่อยู่อาศัย โดยที่ดินนั้นได้ผ่อนเป็นงวดๆละ 1,320 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 15 ปี และบ้านผ่อนเดือนละ1,880 บาท รวมระยะเวลา 15 ปี ตามสัญญาเช่า-ซื้อ กับโครงการ โดยทำการผ่อนมาตั้งแต่ทำสัญญาเมื่อปี 2560 เป็นเวลา 5 ปีแล้ว และต่อมาตนได้หาเงินเก็บพอได้ที่จะปิดค่าที่ดินที่ผ่อนผันและบ้าน กลับไม่สามารถปิดได้ เรื่องของที่ดินก็จ่ายไปครบแล้ว ได้เอกสารเป็นใบเสร็จมาแล้ว กลับบอกว่าจะถอนคืนให้ และหาว่าจะทิ้งภาระหนี้ดอกเบี้ยให้กับสมาชิกที่เหลือแบกรับภาระเป็นเวลานับ 10 ปี ทำเอางงไปหมดทั้งที่ตนจ่ายเงินปิดค่างวดน่าจะเป็นผลดี แต่กลับถูกหาว่าทิ้งภาะหนี้ให้คนอื่น
อีกทั้งในเรื่องของที่ดินส่วนเกิน เคยไปปรึกษาที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดไปแล้ว และได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไกล่เกลี่ย และทางโครงการหมู่บ้านจะส่งเจ้าหน้าที่มาวัดเขตให้ เพื่อที่ตนจะได้ดำเนินการใช้ประโยชน์ในที่ดินของตน แต่จนถึงบัดนี้ผ่านไป 5 ปีแล้ว ก็ไม่มีการออกมาวัดที่ให้ อ้างปิดบัญชีไม่ลงตัว และไม่สามารถทำประโยชน์ได้ และสัญญาเช่าซื้อที่ถือไว้กลับถูกบอกว่าเป็นของกรรมการชุดเดิมทำไว้ใช้ไม่ได้ ให้ไปยึดถือกฏระเบียบของสหกรณ์แทน ทำเอางงเป็นอย่างมาก เห็นว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าว จึงได้ออกมาร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมในเรื่องที่เกิดขึ้น
โดยนางสาวพิฌยาวัลย์ เผยอีกว่า ก่อนจะนำเงินไปปิดค่าที่ดินส่วนเกิน ตนก็ได้มีการสอบถามไปแล้วว่าสามารถปิดได้ไหม และได้รับคำตอบกลับมาว่าสามารถปิดได้ ทำให้ตนมีความหวัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดินและเรื่องของบ้าน โดยครั้งแรกตนได้นำเงินเพื่อปิดงวดในเรื่องของที่ดิน 19 ตารางวา เนื่องจากมีที่ดินส่วนเกินมาจากที่กำหนดเพียง 10 ตารางวา โดยกำหนดจ่ายเดือนละไม่ต่ำกว่า 1,320 บาท จำนวน 180 งวด รวมระยะเวลา 15 ปี โดยตนได้นำเงินส่วนที่เหลือจากที่ผ่อนมาไปจ่ายที่สหกรณ์ จนครบทั้งหมดจำนวน 1แสน 2 หมื่นกว่าบาท และได้เอกสารเป็นบิลใบเสร็จรับเงินออกมา
ซึ่งในวันที่ไปปิดงวดที่ดิน เจ้าหน้าที่ของสหกรณ์ยังได้แนะนำตนให้มาปิดค่างวดของบ้านอีกด้วย เนื่องจากจะได้นำเงินของเดือนต่อไปไปทำธุระกิจ จากที่ปิดค่างวดของที่ดินไปเพียงเดือนกว่าเท่านั้น ตนก็ได้นำเงินก้อนหนึ่งเพื่อไปปิดค่างวดของบ้านส่วนที่เหลือจำนวน 180,000 บาท ตนนับเงินไปได้เกินครึ่งแล้ว แต่ก็มีการทักท้วงขึ้นมาว่าไม่สามารถให้ปิดได้ เป็นหนังคนละม้วนเลย โดยบอกว่าประธานกับคณะกรรมการโครงการฯได้ประชุมกันแล้ว ไม่สามารถให้ปิดได้ และจะถอนเงินที่ปิดเรื่องของที่ดินมาคืนตนอีกด้วย ซึ่งให้เหตุผลว่า กลัวสหกรณ์ขาดสภาพคล่อง
อีกทั้งยังบอกว่า สัญญาดังกล่าวที่ทำไว้นั้น เป็นของประธานคนเก่า ไม่ใช่ของประธานชุดใหม่ ทำให้ตนงงไปหมด 2 ปี เปลี่ยนประธานโครงการใหม่ จะต้องมีการเปลี่ยนสัญญาทุก 2 ปี เลยหรือ ในเมื่อตนซื้อบ้านจากสัญญาเดิมก็ต้องใช้สัญญาเดิม แต่อยู่ดีๆก็ให้ไปถือกฎของสหกรณ์ ซึ่งอยากเปลี่ยนแปลงกฎอะไรก็ได้หรือ ทั้งๆ ที่ตนถือสัญญาแต่บอกว่าห้ามยึดตามสัญญานี้ แต่ให้เอาตามกฎระเบียบของสหกรณ์ ซึ่งมีประธานและคณะกรรมการเพียง 14 คน เท่านั้น แล้วก็มีมติมาห้ามทุกอย่าง เช่นห้ามทำรั้ว ห้ามใช้ที่ดินส่วนเกิน รวมทั้งห้ามตกแต่งบ้าน ทั้งที่เขาซื้อมาแล้ว เคยไปปรึกษาศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์มาแล้วเมื่อปลายปี 62 เรื่องจะใช้ที่ดินส่วนเกินที่อยู่ข้างจำนวน 9 ตารางวา
จากนั้นนางสาวพิฌยาวัลย์ ได้นำไปดูจุดที่ดินที่พบว่ามีปัญหาซึ่งติดอยู่ข้างบ้าน จำนวน 9 ตารางวา ซึ่งเมื่อปี 62 ได้ทำโครงสร้างเป็นเหล็กต่อเติมเพื่อทำเป็นที่นอน โดยทำตามกฎระเบียบของโครงการ คือไม่มีการเทคาน หรือฝังเกาะยึด เป็นแบบน็อคดาว กำลังจะสร้างเป็นรูปเป็นร่างก็ถูกแจ้งให้ระงับการดำเนินการ หมดเงินไปแสนกว่าบาทแต่กลับไม่ได้ใช้ประโยชน์จนตนได้ไปยื่นขอความเป็นธรรมที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ และมีการจัดส่งเจ้าหน้าที่มาไกล่เกลี่ย ซึ่งทางโครงการก็บอกว่าจะออกมาวัดเขตให้ แต่จนถึงขณะนี้ทิ้งไว้เกือบ 5 ปี แล้ว สนิมกินเหล็กไปหมดแล้ว ก็ยังไม่มาวัดให้เลย อ้างแต่ยังปิดบัญชีไม่ลง
ขณะที่ตนเองถือสัญญาทั้งที่ดินและบ้านอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว อยากได้ความยุติธรรมและได้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน และจะได้ปลดภาระหนี้สินของตนสักที วอนฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่กำกับดูในเรื่องนี้มาช่วยให้ความเป็นธรรมกับตนด้วย