กฟภ.คิกออฟ ตรวจระบบจำหน่าย ป้องไฟรั่ว รอบลานย่าโม พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง

ข่าวทั่วไทย22 ก.ย. 2565 • 17:56 น.
กฟภ.คิกออฟ ตรวจระบบจำหน่าย ป้องไฟรั่ว รอบลานย่าโม พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมขัง

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่  22 กันยายน ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม)  นครราชสีมา นายประสิทธิ์   จันทร์ประสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต 3 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ผช.ผว.กฟภ.ฉ.3) พร้อมนางธนภัค  เกิดโพธิ์ ผู้จัดการ กฟภ.จังหวัดนครราชสีมา และนายไกรสีห์  หล่อธราประเสริฐ รองนายกเทศมนตรีนคร (ทน.) นครราชสีมา ร่วมจัดกิจกรรมตรวจสอบระบบจำหน่ายของ กฟภ. โคมไฟสาธารณะ จุดเสี่ยงต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว โดยระดมเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือตรวจหาแรงดันไฟฟ้าตามเสาโคมไฟส่องสว่างทั้งสองฝั่งริมถนนราชดำเนิน ถนนชุมพลบริเวณรอบลานย่าโมและพื้นที่เสี่ยงที่เกิดปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากรวมทั้งหน้าสถานศึกษาในตัวเมือง โคราช หากพบได้ดำเนินแก้ไขทันทีและถือโอกาสซ่อมบำรุงตามสภาพอายุการใช้งานรวมทั้งประชาสัมพันธ์ เสริมสร้างความรู้ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติที่ปลอดภัยให้กับประชาชน เพื่อลดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตและทรัพย์สิน

นายประสิทธิ์  ผช.ผว.กฟภ.ฉ.3 เปิดเผยว่า ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย มท (บกปภ.)0624/ว 012 ลงวันที่ 17 กันยายน 2565 แจ้งว่าจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ และเกิดกรณีไฟฟ้ารั่วในพื้นที่น้ำท่วมขัง ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน จากข้อมูลการตรวจสอบระบบไฟฟ้า พบว่าสาเหตุการเกิดไฟฟ้ารั่วไหลขณะมีน้ำท่วมขังนั้น ล้วนเกิดจากจุดต่อสายไฟที่หลวม ไม่มีฉนวนพันรอบตัวนำ ที่ผ่านมามีการดำเนินการสำรวจมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับวันนี้ถือเป็นการคิกออฟพร้อมกันเพื่อกระตุ้นเตือนให้เกิดความตระหนักและหมั่นตรวจสอบความปลอดภัยเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้ารั่ว จากการตรวจสอบรอบบริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารียังไม่พบการรั่วของกระแสไฟฟ้าแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีการรายงานข้อมูลว่าพบจุดกระแสไฟฟ้ารั่วที่หน้าโรงเรียนอนุบาลสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ สาเหตุมาจากอุปกรณ์มีอายุการใช้งานมากพอสมควร ขณะนี้ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้วก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สูญเสีย  อย่างไรก็ตามมีการประสานงานร่วมกับท้องถิ่นคือเทศบาลนครนครราชสีมาสำรวจในพื้นที่ที่มีปัญหาความเดือดร้อนน้ำท่วมขังซ้ำซาก ต้องเร่งเข้าไปตรวจสอบว่ามีการชำรุดเสียหายหรือไม่หากพบต้องรีบดำเนินการทันที

สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ถือเป็นบทเรียนแล้วต้องนำกลับไปทบทวนเพื่อพัฒนาแนวทางการแก้ไขและสร้างความมั่นใจความปลอดภัยแก่พี่น้องประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้า มีแผนดำเนินการสำรวจตรวจสอบแก้ไขปรับปรุง เสร็จสิ้นภายในเดือนตุลาคมนี้