ผู้ว่าฯสมุทรสาคร ตรวจตลาดเช็คสภาพขายวัตถุดิบอาหาร“หมู-ไก่-ปลา”เน้นตรงป้ายราคา
เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2565 ที่ตลาดสดมหาชัย อ.เมืองฯ นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วยนายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสมุทรสาคร ได้นำคณะตัวแทนหน่วยงานพาณิชย์จังหวัดฯ ฐานะผู้เกี่ยวข้อง พากันลงพื้นที่ออกสำรวจสอบบรรยากาศการจำหน่ายสินค้าวัสดุเพื่อการประกอบอาหาร ได้แก่ เนื้อหมู ไก่สด และอาหารทะเล ในพื้นที่แหล่งจำหน่ายตลาดการค้า
โดยนายณรงค์ ผวจ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า ที่ลงพื้นที่ครั้งนี้ตามนโยบายเพื่อสำรวจตรวจสอบสภาพราคาโดยเน้นไปที่การจำหน่ายเนื้อหมู และชิ้นส่วน รวมทั้งไก่ และอาหารทะเล ก็เพื่อดูมาตรฐานสินค้าให้แก่ผู้บริโภค ตลอดจนดูด้านการรักษาความปลอดภัยของสิ้นค้าและการขายในราคาที่เป็นธรรม ท่ามกลางปัญหาภาวะเนื้อหมูแพงสูงขึ้น และต้องสะอาดถูกสุขอนามัยของผู้ประกอบการ ทั้งนี้ส่วนใหญ่ก็จำหน่ายไปตามป้ายราคา
ด้วยเหตุนี้จึงได้กำชับไปยังบรรดาผู้ประกอบการร้านค้าและแผงลอย ให้ติดป้ายแสดงราคาอย่างชัดเจนเพื่อความเป็นธรรมสำหรับให้ผู้บริโภคก็ได้ตัดสินใจในการเลือกบริโภคตลอดจนไม่โกงเครื่องชั่งน้ำหนักตามมาตรฐานที่ กม.กำหนด ทั้งนี้จะมีโทษหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือรายใดโก่งราคาสินค้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านนายณรงค์ ผู้ว่าฯสมุทรสาคร ระบุในส่วนของการติดตามแก้ปัญหาเรื่องในประเด็นราคาหมูแพง ปรากฏว่า ล่าสุดนี้มี 4 บริษัทห้องเย็น ที่มาแจ้งการครอบครองซากสุกรเกิน 5,000 กก. แล้ว และยังมีอีกบางบริษัท ที่อยู่ระหว่างดำเนินการแจ้ง โดยอ้างอิงว่า เพิ่งจะได้รับหนังสือประกาศ สนง.คณะกรรมการกลาง ว่าด้วยราคากลางสินค้าและบริการ (ฉบับที่ 1) เรื่องแบบแจ้ง ตามประกาศคณะกรรมการกลางฯ เมื่อวันที่ 6 ม.ค.65 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้หากผู้ครอบครองหมู ที่มีชีวิตตั้งแต่ 500 ตัวขึ้นไป และผู้ครอบครองสุกรชำแหละ มีปริมาณตั้งแต่ 5000 กก. ขึ้นไป ต้องแจ้งปริมาณการเลี้ยง การซื้อ หรือการจำหน่าย มิฉะนั้นต้องมีความผิด ม.25 (3), (5) พ.ร.บ.ว่าด้วย ราคาสินค้าและบริการฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือปรับต่อวันไม่เกินวันละ 2,000 บาทซึ่งต้องแจ้งปริมาณ