ตำรวจบุรีรัมย์ ติวเข้มสร้างภาคีเครือข่าย ป้องกันภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์

ข่าวทั่วไทย18 เม.ย. 2566 • 13:09 น.
ตำรวจบุรีรัมย์ ติวเข้มสร้างภาคีเครือข่าย ป้องกันภัยอาชญากรรมทางไซเบอร์

 

ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ อบรมสร้างภาคีเครือข่ายป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นำความรู้ไปถ่ายทอดส่งต่อ สู่คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ผู้คนในสังคม เป็นภาคีเครือข่าย ร่วมมือกันป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้บรรเทาเบาบาง หรือหมดสิ้นไป อีกทั้งไม่ต้องตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

  วันนี้(18 เม.ย.2566) พล.ต.ต.รุทธพล  เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดอบรมสร้างภาคีเครือข่ายป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ครู ข.ไข่) ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี พ.ต.อ.บัญชา  ศรีอนันต์  ผกก.(สอบสวน) ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.ต.อ.ทรงพล วันทาวงษ์ ผกก.(สอบสวน) ภ.จว.บุรีรัมย์, ผกก.สืบสวน ภ.จว.บุรีรัมย์, หน.สภ.ในสังกัด ภ.จว.บุรีรัมย์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิด  ที่หอประชุมชัยจินดา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

  ซึ่งมีผู้เข้ารับการอบรม ประกอบด้วย ข้าราชการตำรวจ จำนวน 69 นาย ประชาชนกลุ่มทั่วไป และกลุ่มอาชีพเป้าหมาย จำนวน 56 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 125 คน

ทั้งนี้ เพื่อฝึกอบรมเป็นวิทยากร (ครู ข.) และต่อยอดถ่ายทอดถึงครูอาจารย์  ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย  ข้าราชการในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้สื่อข่าว  นักจัดรายการวิทยุ นักประชาสัมพันธ์ หรือผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่  ให้เกิดองค์ความรู้  และสามารถนำความรู้ที่ได้รับ ไปประชาสัมพันธ์  และสื่อสารต่อคนอื่นๆ และเป็นการสร้างเครือข่ายการทำงาน การรับรู้การทำงาน รับทราบกลโกง  หรือวิธีการของอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยอาศัยกลอุบายในรูปแบบต่างๆ เพื่อเผยแพร่มาตรการการป้องกันที่ทำได้ง่าย  ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้ เพื่อระวังป้องกันตนเอง  สมาชิกในครอบครัว และผู้ใกล้ชิด  มิให้ต้องตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี 

  พล.ต.ต.รุทธพล กล่าวว่า ปัจจุบันรูปแบบการกระทำผิดคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ตามวิถีการดำเนินชีวิต จากสถิติแนวโน้มคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์ของประชาชนเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดปัญหาต่างๆต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศ

  ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้หน่วยคัดเลือกข้าราชการตำรวจ และประชาชน ผู้ที่มีทักษะทางคอมพิวเตอร์ และระบบอินเทอร์เน็ต มีความมุ่งมั่นในการทำงาน มีจิตอาสา มีความสามารถในการสื่อสาร และนำไปประชาสัมพันธ์ต่อยอด อันเป็นคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นครูวัคซีนไซเบอร์ ซึ่งผู้เข้ารับการอบรม ถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้ที่มีศักยภาพสูง ที่จะได้มาซึมซับเอาความรู้ นำไปถ่ายทอดส่งต่อ สู่คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ผู้คนในสังคม อันจะกลายเป็นภาคีเครือข่าย ที่จะร่วมมือกันป้องกันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ให้บรรเทาเบาบาง หรือหมดสิ้นไป