วัดสรรพยาฯ ร่วมกับพุทธศาสนิกชนชาวบ้านตลาดเก่าสรรพยา จัดพิธีรำลึกถึงวันอัฏฐมีบูชา เวียนเทียนน้อมถวายเป็นพุทธบูชา
เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 มิ.ย.66 ที่วิหารน้อย วัดสรรพยาวัฒนาราม อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท พระครูโกศล ภาวนานุศิษย์ เจ้าคณะตำบลบางหลวง เจ้าอาวาสวัดกรุณา, พระมหาสมศักดิ์ สฺกกธีโร รักษาการเจ้าอาวาสวัดสรรพยาวัฒนารามฅ นางสาวชไมพร อำไพจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท, นายคม ภัทรกุลประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดชัยนาทและพุทธศาสนิกชนชาวบ้านตลาดเก่าสรรพยา ร่วมพิธีรำลึกถึงวันอัฏฐมีบูชาและเวียนเทียนน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ภายในวิหารน้อยเก่าแก่อายุกว่า 120 ปี คู่บ้านคู่เมืองสรรพยามาช้านาน มีพระพุทธรูปปางประทับนอนหงายในหีบพระบรมศพหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ปางแหย่เท้า” เป็นพระพุทธรูปประทับนอนหงายในหีบพระบรมศพ โดยมีพระบาทยื่นออกมาจากหีบพระบรมศพ พระมหากัสสปะ ซึ่งเป็นพระอรหันต์สาวกและพระสาวกรวมทั้งหมด 4 รูป นั่งกราบสักการะอยู่ปลายพระบาท อันเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่หาชมยากอายุกว่า 100 ปี ความเป็นมาของวันอัฏฐมีบูชา คือ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว 8 วัน มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฎพันธนเจดีแห่งกรุงกุสินารา
เมื่อวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้น เวียนมาบรรจบ แต่ละปี พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกา ได้พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้น เป็นการเฉพาะภายในวัด เช่นที่ปฏิบัติกันอยู่ในวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เป็นต้น วันอัฏฐมีคือวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญทางพระพุทธศาสนา ถือเป็นวันที่ตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ เป็นวันที่ชาวพุทธต้องวิปโยค และสูญเสียพระบรมสรีระแห่งองค์พระบรมศาสดา ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงยิ่ง และเป็นวันควรแสดงธรรมสังเวช และระลึกถึงพระพุทธคุณให้สำเร็จเป็นพุทธานุสสติภาวนามัยกุศล การประกอบพิธีอัฏฐมีบูชานั้น นิยมทำกันในตอนค่ำและปฏิบัติอย่างเดียวกันกับประกอบพิธีวิสาขบูชา ต่างแต่คำบูชาเท่านั้น