สว. ลุยรับฟังความเห็นประชาชน และติดตามโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองอ่างทอง
สว. ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน และติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองอ่างทอง
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.65 ณ ห้องประชุมวิเศษชัยชาญ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดอ่างทอง คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง นำโดย นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยคณะสมาชิกวุฒิสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่พบปะส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนชุมชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับภารกิจของวุฒิสภา ตลอดจนนำเสนอกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี หรือประเด็นที่น่าสนใจ พร้อมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการส่งเสริมพลังงานทดแทน การดำเนินงานของศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) และสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมี นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงภาพรวมของจังหวัดอ่างทอง
โอกาสนี้คณะสมาชิกวุฒิสภา ยังได้มอบเงินสนับสนุนโครงการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง จากนั้น ได้มอบสิ่งของให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง
จากนั้น คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง นำโดย นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนที่สอง พร้อมคณะสมาชิกวุฒิสภา ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองอ่างทอง ณ ศาลาการเปรียญ วัดโบสถ์ ตำบลย่านซื่อ อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง โดยมี นางสาวเอกรัตน์ นาคาคง รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ให้การต้อนรับ และนายณัฐพร เนียมกลิ่น ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอ่างทอง เป็นผู้บรรยายสรุปโครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณสามแยกป่างิ้ว ซึ่งเป็นจุดตัดของทางหลวงหมายเลข 3195 กลับทางหลวงหมายเลข 3064 และสิ้นสุดโครงการบริเวณจุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 32 กม.53+980 รวมระยะทางประมาณ 7.033 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดอ่างทอง 1 อำเภอ 4 ตำบล 7 หมู่บ้าน
โดยได้มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม แบ่งเป็น 2 ขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) และการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นรายละเอียด (EIA) ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่สูญเสียที่ดิน จำนวน 305 ไร่ และสิ่งปลูกสร้าง 33 หลัง มีผู้ได้รับผลกระทบ 143 ราย ซึ่งประชาชนในพื้นที่มีความกังวลในเรื่องการเวนคืนที่ดินและต้องการให้มีการประเมินราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมถึงทรัพย์สินในที่ดินอย่างเป็นธรรม
คณะสมาชิกวุฒิสภาได้ให้ข้อเสนอแนะว่าให้ทางหลวงจัดตั้งทีมมวลชนสัมพันธ์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อให้โครงการประสบผลสำเร็จและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ คณะสมาชิกวุฒิสภาจะนำข้อมูลข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้รับจากการลงพื้นที่ไปสู่การดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของวุฒิสภาต่อไป