ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ ลงพื้นที่ติดตามงานพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพจัดสรรน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯ
ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและจัดสรรน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.จริม อ.ท่าปลา
วันที่ 12 ก.พ.66 นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลจริม อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยนายจักรพรรณ สุวรรณภักดี นายอำเภอท่าปลา นายศิวัช ฟูบินทร์ นายอำเภอลับแล นายมรกต อินทรภู่ ผอ.ส่วนทรัพยากรธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้แทนโครงการชลประทานจังหวัดอุตรดิตถ์ เพื่อติดตามการก่อสร้างระบบส่งน้ำพร้อมอาคารประกอบ และ ร่วมถ่ายรูปเซลฟี่โปรโมทแหล่งทองเที่ยวสำคัญบน“สกายวอร์คห้วยน้ำรี” สะพานสีขาวที่ยืนออกไป ริมอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความยาว 720 เมตร โดยมีนายธงชัย ใจเทียมศักดิ์ หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 2 สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 3 ผู้แทนนายยุทธนา มหานุกูล ผสญ.3 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ กรมชลประทาน และ เจ้าหน้าที่ในสังกัด ฯ ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ณ อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีฯ ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์
ทั้งนี้ ปัจจุบันการก่อสร้างระบบส่งน้ำดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้าง เมื่อโครงการแล้วเสร็จทั้งระบบจะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำของราษฎร มีน้ำใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคเพียงพอตลอดปี มีพื้นที่รับประโยชน์ในช่วงฤดูฝนจำนวน 53,500 ไร่ ฤดูแล้ง 39,920 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ของอำเภอท่าปลา 5 ตำบล ได้แก่ จริม หาดหล้า ท่าปลา ร่วมจิต ตำบลน้ำหมัน และอำเภอเมืองฯ 4 ตำบล ได้แก่ วังดิน หาดงิ้ว บ้านด่าน แสนตอ รวม 60 หมู่บ้าน จำนวน 6,856 ครอบครัว ประชากรรวม 24,501 คน ได้รับประโยชน์โดยตรง สามารถลดความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคอย่างมีเสถียรภาพ สอดคล้องกับการขับเคลื่อนการบริหารจัดการน้ำที่ดี รวมทั้งยังช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำน่าน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดให้ราษฎรได้บริโภคและมีรายได้เสริม ตลอดจนยังเป็นการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุตรดิตถ์
สำหรับงานก่อสร้างระบบส่งน้ำ แม้จะยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่ขณะนี้สามารถส่งน้ำไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว อาทิ สระวัดประชาธรรม สระวัดห้วยอ้อย สระเก็บน้ำท่าวังโป่ง สระเก็บน้ำโรงพยาบาลท่าปลา เป็นต้น
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กรมชลประทานได้เข้าไปอธิบายวิธีการควบคุม และ เปิด-ปิดอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบท่อส่งน้ำ ร่วมกันจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำและคอยประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเข้ามาพัฒนาอาชีพ ยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นไปตามแผนแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIMP) รวมทั้งปรับแผนงานก่อสร้างระบบส่งน้ำให้แล้วเสร็จสมบูรณ์เร็วขึ้นอีก 1 ปี คือในปี 2567 เพื่อให้ประชาชนชาวท่าปลาใช้น้ำได้เกิดประโยชน์สูงสุด