รองผู้ว่าฯยโสธรทำพิธีบวชป่าที่วัดป่าดงหัวขัวเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ข่าวทั่วไทย9 มี.ค. 2567 • 18:55 น.
รองผู้ว่าฯยโสธรทำพิธีบวชป่าที่วัดป่าดงหัวขัวเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

 

วันที่ 9 มี.ค.67 เวลา 10.00 น.ที่วัดป่าดงหัวขัว หมู่ที่ 3 ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร นายสุวัฒน์ เข็มเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร เป็นประธานพิธีบวชป่า เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมโดยมี คณะสงฆ์อำเภอคำเขื่อนแก้ว นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด/อำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาคำ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ พนักงานส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนตำบลนาคำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีบวชป่าในครั้งนี้


พ.จ.อ.อนุสิทธิ์ บัวหุ่ง นายอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธรกล่าวว่าโครงการบวชป่า เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมที่วัดป่าดงหัวขัว หมู่ที่ 3 ตำบลนาคำ อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธรในครั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันประชาชนในสังคมพุทธมองเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาป่าไม้หลายๆชุมชน จึงได้มีแนวคิดพิธีบวชต้นไม้ เพื่อยับยั้งการตัดไม้ทำลายป่าและถือเป็นกุตโลบาย ห้ามมิให้คนตัดไม้ทำลายป่า เพื่ออนุรักษ์ป่า อนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อม เพื่อคนรุ่นหลังและการบวชป่าหรือการบวชต้นไม้เป็นแนวทางในการอนุรักษ์ป่าที่เกิดขึ้นจากการประยุกต์พิธีกรรมทางพุทธศาสนา ซึ่งพิธีบวชต้นไม้ในพระไตรปิฎกได้พูดถึงพิธีกรรมเจริญพระพุทธมนต์ให้ต้นไม้ในครั้งพุทธกาล ซึ่งวัตถุประสงค์ของการทำพิธีดังกล่าว เพื่อให้ป่าต้นน้ำลำธารรอดพันจากการถูกตัด และเพื่อความเป็นสิริมงคลกับต้นไม้ที่ถูกบวชและต้นไม้บริเวณใกล้เคียง "พิธีบวชต้นไม้" มีวิธีคิดและปฏิบัติคล้ายคลึงกับ "พิธีสืบชะตาแม่น้ำ หรือ สืบชะตาคน"


ด้วยการต่ออายุให้เจริญยั่งยืนสืบไป ตามคติความเชื่อ ส่วนที่มาของการ "บวชป่า" มาจากวิธีการห่มจีวรให้กับต้นไม้
เช่นเดียวกับการบวชพระ ส่งผลให้สถานภาพของคนและต้นไม้เปลี่ยนไป นับเป็นการนำความเชื่อทางศาสนามาประยุกต์ให้ในการดูแลรักษาป่า หลังจากที่มีการบวชป่าแล้ว คนในชุมชนเชื่อว่าป่าที่ผ่านการบวช
เป็นเหมือนดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจเข้าไปทำลายได้ ทำให้ต้นไม้มีโอกาสคืนความชุ่มชื่นให้แก่แผ่นดินได้เต็มที่ต่อไป นอกจากนั้นยังเป็นการอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงามเฉพาะท้องถิ่นให้คงอยู่ เป็นการป้องกันการลักลอบตัดไม้ขนาดใหญ่และไม้มีค่าในป่าชุมชนและที่สำคัญเพื่อสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนและประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำร่วมกันฟื้นฟูป่าไม้ให้อุดมสมบูรณ์ ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์เป็นแหล่งอาหาร สร้างความชุ่มชื้น เพิ่มออกซิเจนในอากาศ และลดสภาวะโลกร้อนสร้างระบบนิเวศน์เกิดความสมดุลธรรมชาติ และให้ ประชาชนตระหนักในการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย