“แผนฟื้นกรุงเทพฯ”ทำถนนสวย คลองน้ำใส เปิดประเทศรับนทท.

กทม.9 พ.ค. 2565 • 00:15 น.
“แผนฟื้นกรุงเทพฯ”ทำถนนสวย   คลองน้ำใส เปิดประเทศรับนทท.
… ปลัดกทม.เปิดแผนฟื้นเมือง ฟื้นกรุงเทพฯ หลังสถานการณ์โควิดระบาด กระทบทุกด้าน ถือโอกาสพลิกวิกฤตช่วงปิดประเทศ เดินหน้าฟื้นฟูสภาพถนนสวย คลองใส ให้กรุงเทพฯกลับมาเป็นเมืองหลวงที่สวยงาม ต้อนรับเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เข้ามาเที่ยวกรุงเทพฯ อีกครั้ง … นายขจิต ชัชวานิชย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร มีความตั้งใจที่จะปรับภูมิทัศน์กรุงเทพฯ ทั้งเมือง ซึ่งในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการทำงานฟื้นฟูสภาพถนน คลองได้ เพื่อให้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งเมื่อการเดินทางระหว่างประเทศกลับมาเป็นปกติ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนในประเทศไทย เมื่อมีโอกาสเดินทางมากรุงเทพฯ จะได้เห็นเมืองที่สะอาดและสวยงาม หากใครมีโอกาสได้ไปคลองผดุงกรุงเกษม คลองโอ่งอ่าง หรือ สวนสาธารณะคลองช่องนนทรี ก็จะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่าเรื่องของความสวยงามนั้น ทุกแห่งสวยขึ้น เราอยากให้ภาพแบบนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งเมือง อยากให้ทุกคนลองจินตนาการดู แล้วจะเห็นว่าเมืองน่าอยู่นั้น หน้าตาเป็นแบบไหน อีกนโยบายที่จะได้เห็นกันคือ “ถนนสวยทั้งปี” ซึ่งเป็นถนนที่จะมีดอกไม้ประดับให้สวยงามตลอดปี โดยเริ่มที่ถนนพญาไทก่อน จากนั้นขยายไปตามย่านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นถนนสุขุมวิท ถนนคลองสาน ถนนพระรามที่ 1 ถนนพระรามที่ 4 และแน่นอนว่า ในอนาคตจะขยายไปสู่ถนนอีกหลายสาย และสิ่งที่เกิดขึ้นไปพร้อมกันคือ การพัฒนาระบบการรดน้ำต้นไม้ที่ช่วยถนอมต้นไม้และหน้าดิน ช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับต้นไม้ที่ กทม. ปลูกไว้ ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการดูแลพื้นที่สีเขียวของคนกรุงเทพฯ ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน อีกส่วนหนึ่งที่กำลังเร่งทำเช่นกันคือ ทำให้น้ำในคลองต่างๆ มีความใสสะอาด ซึ่งเป็นนโยบายจากรัฐบาลที่ กทม. สานต่อการทำงาน โดยประชาชนเห็นเป็นรูปธรรมว่า น้ำในคลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร หรือคลองลาดพร้าวมีความสะอาดขึ้น เพราะพวกเราดำเนินการและหารือกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นน้ำจากโรงงานอุตสาหกรรมที่คิดเป็น 1% น้ำจากอาคารสำนักงานและอาคารที่พักอาศัย 29% และน้ำจากบ้านเรือนอีก 70% ทั้งหมดจะมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบ ติดตาม และป้องกันการปล่อยน้ำเสียลงสู่คลอง สำหรับบ้านเรือนของประชาชนที่ผ่านการสำรวจแล้วพบว่าไม่มีถังดักไขมัน กทม. จะทำการติดตั้งให้ทุกหลัง น้ำทิ้งจากบ้านเรือนจะต้องผ่านกระบวนการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ นายขจิต ชัชวานิชย์ กล่าวอีกว่า นอกจากคลองน้ำใสและยังต้องปรับภูมิทัศน์ริมคลองไปพร้อมกันด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบสวยงาม ซึ่งได้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าการพัฒนา คลองลาดพร้าว คลองเปรมประขากร และคลองแสนแสบอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน โครงการก่อสร้างเขื่อนคลองลาดพร้าว ปัจจุบันส่งมอบพื้นที่ได้ 26,008 เมตร คิดเป็น 63.70% ยังไม่ส่งมอบพื้นที่ 14,802 เมตร คิดเป็น 36.3% ตอกเสาเข็มแล้ว 24,030 เมตร อยู่ระหว่างดำเนินการ 1,978 เมตร คิดเป็น 92.4% ของพื้นที่ที่ส่งมอบแล้ว โดยยังมีบ้านรุกล้ำทั้งอยู่ในแนวเขื่อน และนอกแนวเขื่อน รวม 6,566 หลัง มีทั้งยินยอมเข้าร่วมโครงการ และไม่ยินยอมรื้อย้าย ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจาและดำเนินการด้านกฎหมาย ด้านการพัฒนาคลองแสนแสบและคลองสาขา ได้ทำการสำรวจและคัดเลือกชุมชนต้นแบบเพื่อติดตั้งถังดักไขมันรวม 26 ชุมชน จาก 21 เขตที่มีพื้นที่ติดริมคลอง รับมอบถังดักไขมันแล้ว 6 เขต จำนวน 427 ถัง ติดตั้งแล้ว 25 ถัง สำหรับการสำรวจสถานประกอบการในพื้นที่รัศมี 500 เมตรจากคลองแสนแสบ ที่ต้องถูกควบคุมการปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ อาทิ โรงแรม หอพัก อาคารชุด ศูนย์การค้า และตลาด มีจำนวน 482 แห่ง มีระบบบำบัดน้ำเสีย 468 แห่ง ไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย 14 แห่ง อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย หรือดำเนินการตามข้อกฎหมาย “ เราพยายามรณรงค์ให้ประชาชนที่พักอาศัยริมคลอง ริมแม่น้ำ ไม่ทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลลงไปสร้างมลพิษ หากทำได้ดี ก็จะเป็นจุดเริ่มตันที่ดี และเมื่อทุกคนร่วมใจกัน เราจะสร้างน้ำสะอาด คลองสะอาด แม่น้ำสะอาด และส่งผลดีไปถึงทะเลที่จะสะอาดขึ้นตามไปด้วย ทุกวันนี้เวลาได้เห็นประชาชนแชร์ในโซเชียลมีเดียว่าน้ำในคลองสายต่างๆ มีคุณภาพที่ดีขึ้น สิ่งนี้เป็นกำลังใจสำคัญที่จะทำให้เรามุ่งมั่นแก้ปัญหานี้ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง “ ปลัดขจิต กล่าว