มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคจี้รัฐเบรกกทม.เก็บ 104 บ.สายสีเขียว
เรียกร้อง 5 ข้อทบทวนแก้ปัญหา เน้นย้ำยึดหลักเพื่อประโยชน์ปชช.
เมื่อวันที่ 8 ก.พ.64 น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรผู้บริโภค พร้อมตัวแทนมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เครือข่ายผู้บริโภคกรุงเทพมหานคร และเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ได้เดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรีคัดค้านกรณีกทม. และบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) จะปรับอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียวตลอดสายสูงสุด 104 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.นี้นั้น
ทั้งนี้ องค์กรผู้บริโภคเห็นว่า เป็นการไม่รับฟังเสียงคัดค้านจากกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางราง นักวิชาการ และองค์กรผู้บริโภค มีความไม่โปร่งใส ขัดต่อกฎหมาย ไม่เปิดเผยรายละเอียดสัญญาสัมปทาน ค่าโดยสารแพงเกินไปเป็นภาระผู้บริโภค เร่งรีบขยายสัญญาสัมปทานให้เอกชนทั้งที่ระยะเวลายังเหลืออีก 9 ปี ซึ่งจะสร้างภาระผูกพันต่อประโยชน์ของรัฐและประชาชนส่วนรวมต่อเนื่องนานถึง 39 ปี
อีกทั้ง ยังเข้าข่ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อมติครม.วันที่ 26 พ.ย.61 ที่ให้กทม.ต้องคำนึงถึงราคาที่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและกำหนดค่าแรกเข้ารถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เหมาะสมเป็นธรรมไม่ให้เป็นภาระต่อผู้บริโภค และขัดต่อพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกทม. พ.ศ. 2528 มาตรา 96 ที่กำหนดให้การอนุมัติขึ้นราคาต้องผ่านความเห็นชอบของสภากทม.และรมว.มหาดไทย
ทั้งนี้ ได้ขอให้มีการแก้ปัญหาเร่งด่วน โดย1. ขอให้นายกฯและครม.มีคำสั่งชะลอแผนขยายสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวทันที และให้กทม.หยุดเรียกเก็บค่าโดยสารวันที่ 16 ก.พ.นี้ ออกไปก่อน
2.ให้เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดสัญญาสัมปทานต่อสาธารณะ เพื่อรับฟังความเห็นจากองค์กรผู้บริโภค นักวิชาการ และภาคประชาชนที่ได้ผลกระทบ ก่อนที่ครม.จะมีมติเห็นชอบ
3.ให้ทบทวนสัญญาสัมปทานการเดินรถไฟฟ้าทุกเส้นทางในปัจจุบัน และสัญญาที่จะทำในอนาคต
4. ให้กำหนดสัดส่วนค่าบริการขนส่งมวลชนต่อรายได้ขั้นต่ำของประชาชนต่อวันต้องไม่เกิน ร้อยละ 10 ของค่าแรงขั้นต่ำ
5. ให้รัฐบาลประกาศนโยบายรถไฟฟ้าเป็นบริการขนส่งมวลชนที่ทุกคนต้องขึ้นได้
ภาพจากเพจมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค