- โฆษณา -

ปชช.ร่วมให้กำลังใจ “หมอธีระวัฒน์” 686 องค์กรหนุนแบนสารเคมีพิษออกแถลงการณ์ “SAVE Thiravat”

กทม.29 ส.ค. 2562 • 09:42 น.
ปชช.ร่วมให้กำลังใจ “หมอธีระวัฒน์” 686 องค์กรหนุนแบนสารเคมีพิษออกแถลงการณ์ “SAVE  Thiravat”
เมื่อวันที่ 29 ส.ค.62 ที่หน้าตึกจามจุรี 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (THAI PAN) พร้อมด้วยองค์กรภาคประชาชนได้รวมตัวกันให้กำลังใจ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา จากที่ถูกจุฬาฯได้ตั้งกรรมการสอบกรณีการรณรงค์ให้ยกเลิกใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอันตราย โดยมีอาทิ นางรสนา โตสิตระกูล กรรมการมูลนิธิสุขภาพไทย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ จากมหาวิทยาลัยรังสิต รวมทั้งนายยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ขณะที่เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ได้ออกแถลงการณ์ระบุ จากกรณีจุฬาฯ ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา กรณีการรณรงค์ให้ยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่อันตราย จากที่มีการร้องเรียนว่านำข้อมูลเท็จเข้าระบบคอมพิวเตอร์และทำให้ได้รับความเสียหายนั้น เครือข่ายเห็นว่าเป็นการคุกคามเสรีภาพทางวิชาการ และหากนักวิชาการชั้นนำของประเทศ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาระดับโลก เช่น ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ยังได้รับการคุกคามเช่นนี้ จะมีนักวิชาการคนใดกล้าลุกขึ้นมาเปิดเผยความจริงเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนได้อีก ทั้งนี้ เครือข่ายฯมีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นถึงการมีพฤติกรรมสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มที่เป็นองค์กรบังหน้าซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยสมาคมของบรรษัทข้ามชาติและผู้ประกอบการค้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ข่มขู่ คุกคาม ให้นักวิชาการที่เป็นนักวิจัยดีเด่นของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และเป็นผู้เปิดเผยปัญหาการตกค้างของสารพิษให้ลาออกจากมหาวิทยาลัย เป็นต้น ดังนั้น เครือข่ายฯจึงเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ 1. มหาวิทยาลัยควรมีหน้าที่ปกป้องเสรีภาพทางวิชาการ โดยเฉพาะบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่ปกป้องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน โดยก่อนตั้งคณะกรรมการสอบสวน ควรตั้งคณะทำงานที่ปราศจากผลประโยชน์โดยตรงและโดยอ้อมเพื่อตรวจสอบข้อมูลจากผู้กล่าวหาเสียก่อน เนื่องจากข้อมูลที่อ้างอิงว่า ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เผยแพร่แพร่ข้อมูลเท็จนั้น เป็นข้อมูลที่มีหลักฐานว่ามาจากนักวิชาการ ศูนย์ และสมาคมฯ ที่ได้รับการสนับสนุนทางการเงินและการดำเนินงานจากบริษัทที่ค้าสารพิษกำจัดศัตรูพืช ทั้งควรใช้บทเรียนนี้จัดประชุมวิชาการเพื่อให้ทั้งหน่วยงานรัฐ สถาบันวิชาการ มหาวิทยาลัย ประชาชนได้เข้าใจเรื่ององค์กรบังหน้า ซึ่งเบื้องหลังปกป้องผลประโยชน์เอกชน 2. สนับสนุนบทบาทของรมช.เกษตรและสหกรณ์ และรมว.สาธารณสุข ซึ่งแถลงว่าจะยกเลิกการใช้สารพิษที่มีความเสี่ยงสูงโดยเร็ว โดยเรียกร้องให้ยกเลิกสารพิษตามข้อเสนอก.สาธารณสุขและคณะทำงานสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง 4 กระทรวงหลัก ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ คณะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ภายในสิ้นปีนี้ และในกรณีที่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการ ควรมีบทบาทหน้าที่เฉพาะเรื่องการหาทางเลือกให้เกษตรกรและมาตรการในการสนับสนุนเกษตรกรเป็นสำคัญ ไม่มีเหตุผลใดๆในการตั้งกรรรมการเพื่อศึกษาเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอีก 3. เรียกร้องให้ประชาชน ทุกพรรคการเมืองที่ประกาศว่าจะแบนสารพิษร้ายแรง ร่วมกันตรวจสอบและติดตามการทำหน้าที่ของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งที่ผ่านมาได้เพิกเฉยต่อข้อเสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมี เช่น ลงมติให้อนุญาตให้ใช้พาราควอตต่อไป โดยไม่เปิดเผยรายชื่อผู้ลงมติ เพราะอ้างจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของกรรมการบางคน แทนที่จะคำนึงถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งประเทศ รวมทั้งแก้ปัญหาผลประโยชน์และบทบาททับซ้อนในคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีกรรมการที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดหรือมีผลประโยชน์ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมได้รับการแต่งตั้งอยู่ในคณะกรรมการชุดดังกล่าว เป็นต้น รวมทั้งเรียกร้องให้สังคมไทยลุกขึ้นมาสนับสนุนผู้กล้าหาญที่เผยแพร่และเปิดโปงเบื้องหลังของปัญหาสารพิษที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน  ปกป้องเสรีภาพทางวิชาการ เพื่อหลักประกันว่าสังคมไทยจะปลอดภัยจากสารพิษร้ายแรง ทั้งนี้ ศ.นพ.ธีระวัฒน์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ “เป็นวันที่มีความหมายมากครับ คนไทยเรามีใจเอิ้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน เราสู้ไปด้วยกัน คนด่านหน้า เกษตรกรที่ใดัรับผลกระทยสาหัสที่สุด ต้องช่วยทั้งความปลอดภัย ชีวิต การกินอยู่ กองทุนเกษตรกรในช่วงเปลี่ยนผ่าน ใช้เกษตรธรรมชาติยั่งยืนโดยเร็วที่สุด”