"เหรียญสองด้าน"/จัดระเบียบเมืองยุคผู้ว่าฯลูกแม่ค้า
“... เหตุที่จัดระเบียบทั่วกทม.ไม่ต่อเนื่องเพราะเทศกิจหละหลวม...”คอลัมน์ “เหรียญสองด้าน" จัดระเบียบเมืองยุคผู้ว่าฯลูกแม่ค้า นโยบายจัดระเบียบเมืองโดยเฉพาะ“ฟุตปาธทางเท้า” ของพล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ที่รับไม้ต่อมาจากอดีตพ่อเมือง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ถือเป็นภารกิจที่คนกทม.ตั้งความหวังสูง เพราะใช่ว่ากทม.จะไม่เคยทำมาก่อนหน้า แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เด็ดขาด จนเกิดกลุ่มหาผลประโยชน์ ประกอบกับเทศกิจปล่อยปละละเลยจนปัญหาสะสมมานานหลายปี เมื่อมีการเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้ แน่นอนว่าต้องเกิดการต่อต้านประท้วง พล.ต.อ.อัศวิน เผยว่า ได้มีโอกาสทำงานจัดระเบียบฟุตปาธทางเท้าตั้งแต่เป็นรองผู้ว่าฯก็เห็นถึงปัญหาสะสม จำได้ว่าเคยกำชับในการประชุมกับเทศกิจว่าการแก้ปัญหาต้องทำจริงจัง เหตุที่จัดระเบียบทั่วกทม.ไม่ต่อเนื่องเพราะเทศกิจหละหลวม ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ทั้งเข้าไปเกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์กับผู้ค้า ซึ่งเรามีมาตรการขั้นเด็ดขาดคุมเข้มหัวหน้าฝ่ายเทศกิจทุกเขต ต้องรับผิดชอบหากเกิดทุจริตคอร์รัปชั่นในพื้นที่ จนเมื่อมาเป็นผู้ว่าฯในช่วงแรกๆ มีประท้วงจัดระเบียบคลองหลอด ได้อธิบายว่าไม่เหมาะสม ซึ่งก็ได้จัดระเบียบไปใหม่ และได้รับความร่วมมือจากผู้ค้าดีพอสมควร ยึดหลักต้องสร้างความเข้าใจว่าไม่เหมาะสมอย่างไร แต่ไม่ได้ผลักไสไล่ส่งเสียทีเดียว เพียงผู้ค้าต้องร่วมมือ เพราะกีดขวาง ไม่สวยงาม ไม่สะอาด ผู้ว่าฯ ว่า วิธีการก็ใช้คุยกันโดยแทบไม่ได้ใช้หลักกฎหมายอะไรบังคับมากมาย ทั้งๆ ที่สามารถทำได้ทันที เพราะหากพูดกันตามกฏหมายแล้วผู้ค้าทั้งหมดต้องออกไปเพราะมันผิดเห็นได้ชัด แต่ก็ไม่ได้ใช้ความรุนแรงอะไร คุยกันด้วยความเข้าใจเป็นตัวกลางหาที่ค้าขายให้ใหม่เพื่อเป็นตัวเลือก แต่จะให้เหมือนเดิมก็คงไม่ได้ “การแก้ปัญหาหรือจัดระเบียบเหล่านี้ถามว่าทำแล้วได้ประโยชน์ต่อตัวเองหรือไม่นั้น ไม่มีเลย แต่มันได้ประโยชน์กับประเทศชาติ ต่อคนกทม.ที่ก็มีทั้งคนที่มีรายได้น้อยและคนรวยปะปนกัน ปัจจุบันกทม.มีประชากรประมาณ10ล้านคน รวมประชากรแฝงทั้งหมดแล้ว ในจำนวนนี้มีคนมากกว่า3ล้านที่ต้องใช้ทางเท้าสัญจร