“อัศวิน” ปี 6 ทิ้งทวนฝากไว้ให้คนกรุง ผลงาน “ฟื้นเมือง-ฟื้นฟูคูคลอง”

กทม.30 ธ.ค. 2564 • 02:00 น.
 “อัศวิน” ปี 6 ทิ้งทวนฝากไว้ให้คนกรุง       ผลงาน “ฟื้นเมือง-ฟื้นฟูคูคลอง”
ก่อนจะเข้าสู่ปีขาล 2565 ปีที่ต้องจับตาถึงความเปลี่ยนแปลงของคนกรุงเทพฯ กับเรื่องใหญ่ การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ที่คนกรุงเทพฯรอคอยการเลือกตั้งครั้งนี้มานานกว่า 7 ปี ซึ่งเรียกว่านานสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการเริ่มทยอยเปิดตัวผู้สมัคร ขณะก็มีข่าวแว่วๆ ว่า ท่านผู้ว่าฯยุคแต่งตั้งคนปัจจุบัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ก็ดูจะมีแนวโน้มที่จะมีรายชื่ออยู่ในนั้นด้วยเหมือนกัน ซึ่งแน่นอนว่า ผลงานในปี 2565 หากท่านผู้ว่าฯจะทิ้งทวนฝากไว้ ต้องมีเรื่องราวดีๆ แน่นอน โดยมาดูกันว่าในปี 2565 ผู้ว่าฯ“อัศวิน” มีโครงการแก้ปัญหาอะไรใหม่ๆ บ้าง จากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมางานหลักๆ ต้องเทไปกับการรับมือโควิด-19 และสะสางโครงการต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างเพราะปัญหางบประมาณที่จำกัด อย่างไรก็ตาม ก็พอมองเห็นภาพชัดว่าที่ผ่านมาผลงานส่วนใหญ่ของ ผู้ว่าฯอัศวิน จะเน้นไปในเรื่องเพิ่มพื้นที่สีเขียว ปรับภูมิทัศน์ แก้ปัญหาทางเท้า ซึ่งมีทั้งคนพอใจ ไม่พอใจ อยากให้แก้เรื่องนั้นเรื่องนี้ก่อน จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ เปิดทางให้คนอื่นเข้ามาแก้ปัญหา ทั้งนี้ สิ่งที่ชาวกรุงเทพฯจะได้เห็นผลงานจากพ่อเมืองอัศวิน ในปี 2565 ซึ่งมีการโหมโรงไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ถือเป็นโครงการพัฒนาเมืองขนานใหญ่ ในชื่อ “ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต” (Regenerative Bangkok) ชูแผนฟื้นเมืองเชื่อมย่านสำคัญ ผ่าน 5 โครงการนำร่อง เพื่อฟื้นฟูโครงข่ายคลอง ถนน ทางเท้า และพื้นที่สีเขียว โดยได้หยิบยกโครงการปรับภูมิทัศน์ พัฒนาเมือง 5 จุดขึ้นมาเป็นโครงการนำร่องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นสำเร็จเห็นภาพชัดเจน พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวในวันเปิดตัวโครงการว่า โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองอย่างเป็นมิตรกับธรรมชาติ โดยเน้นสร้างความเจริญเติบโตของเมือง ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมระบบนิเวศให้มีความอุดมสมบูรณ์ ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน การพัฒนาระบบโครงข่ายคมนาคม รถ ราง เรือ เชื่อมโยงย่านสำคัญต่างๆ ของเมือง และการวิเคราะห์พื้นที่ต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อวางแผนการพัฒนาในอนาคต โดยกรุงเทพมหานคร ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม ใช้หลักการฟื้นฟูโครงข่ายคลอง ถนน ทางเท้า และพื้นที่สีเขียว ให้เป็นตัวเชื่อมโยงย่านต่างๆ อย่างบูรณาการ ฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างเมืองกับสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน นำร่องพัฒนา 5 โครงการเป็นของขวัญปีใหม่คนกรุงเทพฯ แบ่งเป็น “ผืนน้ำ” 1.สวนสาธารณะคลองช่องนนทรีเชื่อมคลองสาทร 2.โครงการฟื้นฟูคลองผดุงกรุงเกษม “ผืนดิน” 3.โครงการปรับปรุงถนนสีลม 4.โครงการปรับปรุงถนนพระรามที่ 1 และ “ผืนป่า” 5.โครงการสวนลุมพินี 100 ปี และสะพานเขียว เชื่อมสวนเบญจกิติ ซึ่งทุกโครงการเริ่มเดินหน้าไปตามแผน ที่เปิดเป็นปฐมฤกษ์ก่อนคือ “สวนสาธารณะคลองช่องนนทรี” ช่วงที่ 2 จากถนนสาทร ถึงซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 7 ระยะทาง 200 เมตร ทั้งโครงการจะแบ่งเป็น 5 ช่วง ระยะทางรวม 2 ฝั่ง 9 กิโลเมตร งบประมาณรวม 980 ล้านบาท เมื่อเสร็จจะเป็นสวนสาธารณะเลียบคลองแห่งแรกของประเทศไทย โดยมีระบบจัดการน้ำในคลองแยกน้ำฝนจากน้ำเสีย ให้คลองน้ำใส เป็นแก้มลิงพร้อมกับพื้นที่สีเขียวและสถานที่พักผ่อน เส้นทางออกกำลังกาย วิ่ง เดิน และปั่นจักรยาน มีพื้นที่กิจกรรมรองรับวิถีชีวิตยุคใหม่ ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของคนเมือง ส่วนโครงการที่เหลือก็เดินหน้าไปตามแผน ดังนี้ โครงการฟื้นฟูคลองผดุงกรุงเกษม งบประมาณ 90 ล้านเศษ แบ่งเป็น 6 โซน ระยะทางรวม 4,480 ม. เริ่มทำโซน 2 หัวลำโพง (ช่วงจากสะพานเจริญสวัสดิ์ถึงสะพานกษัตริย์ศึก) 1,250 ม. จะเสร็จเดือนมีนาคม 2565 โครงการปรับปรุงถนนสีลม งบประมาณ 59 ล้านเศษ อยู่ระหว่างหาผู้รับจ้าง โครงการปรับปรุงถนนพระรามที่ 1 งบประมาณ 98 ล้านเศษ ระยะทางรวม 2 ฝั่ง 2 กม. เร่งทำช่วงแรกให้เสร็จก่อน 330 ม. และจะเสร็จทั้งหมดปลายมีนาคม 2565 ซึ่งจะเป็นต้นแบบทางเท้าสำหรับทุกคน (Universal Design) โครงการสะพานเขียว งบประมาณ 260 ล้านบาท จะได้ผู้รับจ้างเริ่มทำได้ต้นปี 2565 โดยจะพัฒนาเป็น Bangkok Green Bridge เป็นทางเดิน-ทางจักรยานเชื่อมระหว่างสวนเบญจกิติกับสวนลุมพินี ซึ่งอยู่ในแผนการปรับปรุงสวนลุมพินี 100 ปี เชื่อมพื้นที่สีเขียวกับสวนเบญจกิติ เชื่อมต่อ 2 สวนใหญ่กลางเมือง รวมพื้นที่ 810 ไร่ เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของคนกรุงเทพฯ ที่สามารถเดินท่องเที่ยว ออกกำลังกาย ทำกิจกรรมต่างๆ ได้หลากหลายมากขึ้น ส่วนโครงการสวนลุมพินี 100 ปี งบประมาณ รวมกว่า 4,000 ล้านบาท เป็นโครงการขนาดใหญ่ ขณะนี้แบบใกล้เสร็จสมบูรณ์ จะเปิดโครงการต้นปี 2565 เริ่มทำระยะที่ 1 (ปรับปรุงถนนแกนกลาง) โดยสำนักสิ่งแวดล้อมได้รับจัดสรรงบประมาณต่อเนื่อง 2 ปี รวม 159 ล้านบาท คาดจะลงนามสัญญาประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน ก็จะแล้วเสร็จปลายปี 2565 จากนั้นจะดำเนินการระยะต่อไป เป็นโครงการใหญ่ใช้เวลาดำเนินการต่อเนื่อง 4 ปี (2565-2568) กรุงเทพมหานครจะของบอุดหนุนรัฐบาล ขณะที่โครงการฟื้นเมืองฯ เฟส 1 ยังไม่แล้วเสร็จ ก็มีการเดินหน้าแผนพัฒนาเฟส 2 ต่อยอด 5 ย่าน ได้แก่ ย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจ , ย่านเมืองเก่า , ย่านธนบุรี , ย่านเศรษฐกิจใหม่ และ ย่านนวัตกรรมและศูนย์การแพทย์ โดยมี นายศักดิ์ชัย บุญมา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับผิดชอบดูแลและติดตาม ในชื่อ แผนพัฒนา “กรุงเทพบูรณาการ ฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต เฟส 2-5 ย่าน 10 โครงการ” ประกอบด้วย “ย่านศูนย์กลางธุรกิจ” ได้แก่ 1.ถนนสาทรและคลองสาทร (ช่องนนทรี-ลุมพินี) ระยะทาง 1.5 กม. 2.ถนนสีลม (แยกนราธิวาส-ถนนเจริญกรุง) ระยะทาง 1.2 กม. “ย่านเมืองเก่า” ได้แก่ 1.ถนนเยาวราช (คลองโอ่งอ่าง-วงเวียนโอเดียน-คลองผดุงกรุงเกษม) ระยะทาง 1.5 กม. 2.ส่วนด้านล่างสะพานพระปกเกล้า “ย่านธนบุรี” ได้แก่ ถนนบรมราชชนนี (สะพานพระปิ่นเกล้า-เซ็นทรัลปิ่นเกล้า-ซอยรุ่งประชา) ระยะทาง 2.5 กม. “ย่านเศรษฐกิจใหม่” ได้แก่ 1.ถนนสุขุมวิท (แยกราชประสงค์-แยกอโศก) ระยะทาง 4 กม. 2.ถนนราชดำริ (แยกราชประสงค์-ถนนพระราม 4) ระยะทาง 1.7 กม. และ 3.แยกอโศก-แยกพระโขนง “ย่านนวัตกรรมและศูนย์การแพทย์” ได้แก่ 1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (รอบอนุสาวรีย์ และ 4 เกาะ) 2.ซอยโยธี (ถนนพญาไท-ถนนพระราม 6) ระยะทาง 1 กม. โดยทั้งหมดเป็นการพัฒนาทางเท้า ซึ่ง รองผู้ว่าฯศักดิ์ชัย ได้นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เดินเท้าสำรวจด้วยตนเอง เพื่อออกแบบทางเท้าให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานในแต่ละพื้นที่ รองผู้ว่าฯ ศักดิ์ชัย เปิดเผยถึงแผนฟื้นเมือง เชื่อมย่าน สานอนาคต เฟส 2 ว่า เป็นโครงการพัฒนาทางเท้ายึดต้นแบบถนนพระรามที่ 1 โดยจะเป็นทางเท้ารูปแบบใหม่ ใช้แอสฟัลต์ปั๊มลาย แทนการปูกระเบื้องแบบเดิมที่มักจะเกิดปัญหารอยต่อกระเบื้องหลุดพังชำรุด ต้องรื้อปูกระเบื้องทำใหม่บ่อยๆ สิ้นเปลืองงบประมาณ กทม.ถูกตำหนิทางเท้าไม่สวย แต่วิธีใหม่นี้ จะทนกว่าและประหยัดค่าใช้จ่าย มีอายุการใช้งานนานอย่างต่ำ 5 ปี ไม่ต้องมีการขุดรื้อทำใหม่ โดยทางเท้าใหม่ในแต่ละย่านจะปั๊มลวดลายต่างกัน ตามเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ซึ่งให้เขตลงไปสำรวจความคิดเห็นประชาชนว่าต้องการแบบไหน ทั้งนี้ ได้สั่งการทุกหน่วยงานเกี่ยวข้องลงไปสำรวจองค์ประกอบของทางเท้า ทั้งฝาท่อระบายน้ำ ระบบระบายน้ำ สาธารณูปโภคต่างๆ สายไฟฟ้า สายสื่อสาร เพื่อปรับย้าย หรือยุบจุด ปิดฝาท่อที่ไม่ใช้งาน โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่ประสานสร้างความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกส่วนของแต่ละถนน ตลอดจนชุมชนและประชาคมในพื้นที่มีส่วนร่วมแสดงความเห็นในการพัฒนาทางเท้า ซี่งจะนำมาประกอบการออกแบบ พัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพ เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม เหมาะกับพื้นที่ ซึ่งแบบจะเสร็จกลางเดือนมกราคม 2565 และนำเรื่องเสนอเข้าสภากรุงเทพมหานครพิจารณางบสะสมจ่ายขาดปี 2565 เมื่อได้งบประมาณแล้ว ก็เข้ากระบวนการจัดจ้าง ทุกโครงการจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนปลายปี 2565 เพื่อต้อนรับการประชุมเอเปค “ การพัฒนาทางเท้าถนนต่างๆในพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ในแผนของหน่วยงานทุกปี ที่ต้องทำอยู่แล้ว ที่ผ่านมาของบไม่ได้ จึงยังไม่ได้เริ่มทำ หลายจุดได้มีการสำรวจออกแบบไว้แล้ว ที่มาทำในช่วงนี้ก็เพราะนโยบายผู้ว่าฯอัศวิน ที่ต้องการให้พัฒนาทางเท้าให้เป็นรูปแบบเดียวกัน รวมทั้งแก้ปัญหาทางเท้าชำรุด กทม.ถูกตำหนิว่าทางเท้าไม่เป็นระเบียบ ไม่สวยงาม ประกอบกับจะมีการจัดการประชุมเอเปคขึ้นที่กรุงเทพมหานครปลายปี 65 จึงได้เลือกทำในถนนเส้นทางหลักที่มีการใช้มากๆ ให้เป็นหน้าเป็นตากับเมืองกรุงเทพฯ ยืนยันว่าที่ผ่านมาทำหลายจุด แต่ไม่ได้ออกมาบอก พอมาทำโครงการนี้ ก็ถูกหาว่าเป็นการหาเสียง “ รผว.ศักดิ์ชัยกล่าว