สภากทม.ลั่น!กวาดล้างค้าประเวณี”ตรอกสาเก”

กทม.11 มี.ค. 2562 • 15:36 น.
สภากทม.ลั่น!กวาดล้างค้าประเวณี”ตรอกสาเก”
เตรียมส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรม ชี้เป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไม่ควรถูกบดบังด้วยภาพลักษณ์ติดลบ นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ สมาชิกสภากทม.ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญศึกษาข้อเท็จจริง และกฎหมายที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ชั้นในและพื้นที่ต่อเนื่องกัน พร้อมคณะกรรมการวิสามัญฯ และผู้บริหารเขตพระนคร ลงพื้นที่ตรอกสาเก ตั้งแต่คลองหลอดวัดเทพธิดาราม ถนนดินสอ ถึงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ถ.อัษฎางค์ เพื่อศึกษาข้อเท็จจริง แก้ปัญหาคนขอทาน คนไร้ที่พึ่ง การค้าประเวณี โดยส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญในอนาคต นายไพฑูรย์เปิดเผยว่า คณะกรรมการวิสามัญฯ มีผลศึกษาพบว่า ตรอกสาเกซึ่งอยู่ติดคลองหลอดวัดเทพธิดาราม และเชื่อมคลองคูเมืองเดิมหรือคลองหลอด มีการค้าประเวณีบริเวณนี้จำนวนมาก ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ เห็นว่าการค้าประเวณีมีเหตุปัจจัยหลายอย่างประกอบกันทำให้แก้ปัญหาได้ยาก แม้จะมีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีใช้บังคับอยู่ก็ตาม เหตุที่ทำให้การค้าประเวณีนั้นมีหลายปัจจัย เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม ยากจน ไม่มีงานทำ และอาจแก้ไขได้โดยมีระบบฝึกอาชีพ เป็นต้น ทั้งนี้ ในส่วนคณะกรรมการวิสามัญฯ จะดูเฉพาะการบริหารจัดการและจัดระเบียบพื้นที่ โดยเห็นว่า การค้าประเวณีไม่ควรทำในที่สาธารณะหรือที่ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน เช่น ตรอกสาเก ซึ่งเป็นที่สาธารณะ เมื่อมีการค้าประเวณีทำให้บุคคลไม่อยากเข้ามา ประกอบกับเกาะรัตนโกสินทร์ มีสถานที่สำคัญหลายแห่งที่สวยงาม มีศิลปะวัฒนะธรรมของยุครัตนโกสินทร์ จึงไม่ควรถูกบดบังด้วยเรื่องไม่เหมาะสมและผิดกฎหมาย อีกทั้งการค้าประเวณีในตรอกสาเกเป็นการกระทำโดยเปิดเผย ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ขณะนี้ชื่อเสียงตรอกสาเกก็เป็นที่รู้กันทั่วไปในเรื่องดังกล่าว สำหรับแนวทางแก้ปัญหามีดังนี้ ทำความเข้าใจกับผู้ค้าประเวณีที่พบว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ไม่ควรค้าประเวณี รวมทั้งผู้ใช้บริการก็ต้องเข้าใจว่าไม่ควรใช้สถานที่นี้ในทางไม่เหมาะสม และควรประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบวงกว้าง, ปรับปรุงพื้นที่และภูมิทัศน์ใหม่ให้สะอาด ร่มรื่น เพิ่มไฟส่องสว่าง ติดกล้องวงจรปิดCCTVให้ตรวจสอบผู้กระทำผิดได้, จัดระเบียบใหม่โดยให้เขตจัดกิจกรรมเพื่อส่วนรวมในพื้นที่ดังกล่าวเป็นประจำ จะทำให้การค้าประเวณีหมดไป ซึ่งคณะกรรมการวิสามัญฯ จะนำข้อเท็จจริงเสนอสภา กทม.และให้ฝ่ายบริหารดำเนินการต่อไป