“บีทีเอส”ย้ำคันโยกสีแดงใช้เฉพาะเคสฉุกเฉินเท่านั้น หลังมีคนดึงให้รถหยุดเพื่อรอเพื่อนจนป่วน!ไปทั้งสาย
ชี้การดึงคันโยกจะไม่ทำให้รถหยุดในทันที แต่จะไปหยุดในสถานีหน้า ทั้งยังทำให้ต้องกระทบรถขบวนอื่นเพราะต้องรีเซ็ตระบบใหม่ คันอื่นที่ตามมาก็ต้องคอย รวนกันไปหมด แนะให้กดปุ่มกระดิ่งแทนเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ กรณีเป็นลม มีคนป่วย หรือฉุกเฉิน
จากที่โลกออนไลน์อื้ออึงถึงกรณีเกิดเหตุขบวนรถไฟฟ้าบีทีเอสต้องหยุดให้บริการทุกสาย ทั้งสีลมและสุขุมวิท เมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากมีผู้โดยสารคนหนึ่งดึงคันโยกฉุกเฉิน (PER) เพื่อรอเพื่อน จนรถไฟฟ้าบีทีเอสต้องรีเซ็ตระบบใหม่ สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คนมากมายจนมีคอมเม้นต์กันสนั่นโลกโซเชียลถึงพฤติกรรมดังกล่าว
ทั้งนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอสได้ชี้แจงให้ความเข้าใจถึงการใช้คันโยกฉุกเฉินและปุ่มกระดิ่งว่า
“คันโยกฉุกเฉิน (PER - Passenger Emergency Release พี อี อาร์) มีไว้ใช้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน ไม่ต้องการให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า หรือต้องการเปิดประตูเมื่อมีเหตุฉุกเฉินเท่านั้น
การดึง (PER) จะไม่ทำให้ขบวนรถหยุดทันที แต่ขบวนรถจะหยุดเมื่อถึงสถานีถัดไป การเดินรถจะเกิดความล่าช้า เพราะเจ้าหน้าที่จะต้องหยุดและรีเซ็ตขบวนรถใหม่
ขบวนหลังที่ตามมาต้องจอดคอย เพื่อรักษาระยะห่างให้ปลอดภัย เกิดความล่าช้าสะสม และต้องใช้เวลาเพื่อจัดระยะห่างระหว่างขบวนรถ ให้อยู่ในระยะปลอดภัยตามปกติดังเดิม
ส่วน ปุ่มกระดิ่ง (PCU - Passenger Communication Unit พี ซี ยู) กดปุ่มเพื่อติดต่อพนักงานควบคุมรถไฟฟ้าโดยตรง เพื่อขอความช่วยเหลือเมื่อมีเหตุฉุกเฉินในขบวนรถ เมื่อพนักงานควบคุมรถไฟฟ้ารับทราบ
เหตุ จะแจ้งประสานงานเจ้าหน้าที่ประจำสถานีถัดไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือ
เน้นย้ำ!!เน้นย้ำ!! เน้นย้ำ‼หากพบผู้ป่วย คนเป็นลม หรือเหตุฉุกเฉินในขบวนรถ โปรดกดปุ่มกระดิ่งแจ้งเจ้าหน้าที่ และงดดึงคันโยกฉุกเฉิน (PER)”