มะเร็งปากมดลูกคร่าหญิงไทย “วัคซีน HPV”ลดเสี่ยงหลายโรค
นพ.พรเทพ สวนดอก กุมารแพทย์สาขาโรคติดเชื้อ รพ.กรุงเทพ เผยมะเร็งปากมดลูก พบมากในหญิงไทยเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งเต้านม จากข้อมูลระบาดวิทยาในแต่ละปี พบมะเร็งปากมดลูกสูงมากกว่า 8,000 รายต่อปี
ปัจจัยเสี่ยง เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV) ซึ่ง 99% ของการติดเชื้อมาจากเพศสัมพันธ์ เนื่องจากการติดเชื้อไวรัส HPV ทำให้เซลล์ปากมดลูกอักเสบเรื้อรังและเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งได้
โรคนี้มีอัตราเสียชีวิตเกินกว่า 50% การฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV จึงเป็นทางป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุด
จากงานวิจัยพบว่าเด็กผู้หญิงสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อไวรัสได้ดีในช่วงอายุ 9-15 ปี จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันตั้งแต่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ วัคซีนป้องกันไวรัส HPV ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9- 26 ปี ในสตรีบางรายที่มาฉีดภายหลัง อาจติดเชื้อไวรัส HPVบางสายพันธุ์ไปแล้ว ส่งผลให้การป้องกันมีประสิทธิภาพน้อยลง
มะเร็งปากมดลูกเกิดจากเชื้อไวรัส HPV (Human Papilloma Virus) ซึ่งมีมากกว่า 40 สายพันธุ์ วัคซีนป้องกันที่ใช้ทั่วไป ป้องกันไวรัสได้อย่างน้อย 2 สายพันธุ์หลักที่เป็นสาเหตุมะเร็งปากมดลูกคือ สายพันธุ์ 16 และ18
หากผู้หญิงติดเชื้อไวรัส 2 สายพันธุ์นี้ มีโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงถึง70% การฉีดวัคซีน HPV ต้องฉีด3 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ฉีดในวันที่กำหนดเลือก ครั้งที่ 2 ฉีดหลังเข็มแรก 1-2 เดือน ครั้งที่ 3 ฉีดหลังเข็มแรก 6 เดือน
แต่ในเด็กผู้หญิงหากฉีดเข็มแรกตั้งแต่ก่อนอายุ 15 ปี สามารถฉีดวัคซีนเพียง 2 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 6-12 เดือน เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นได้สูงในช่วงอายุดังกล่าว
ข้อดีของวัคซีนคือ มีประสิทธิภาพสูงป้องกันไวรัส HPV ผลข้างเคียงน้อย แม้บางคนอาจมีอาการปวด บวม เป็นไข้ ปวดศีรษะ แต่ไม่รุนแรงและหายได้เอง
สำหรับสตรีวัยเจริญพันธุ์ การฉีดวัคซีน HPV สามารถฉีดร่วมกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้
ไวรัส HPV ไม่เพียงเป็นสาเหตุมะเร็งปากมดลูกเท่านั้น ยังทำให้เกิดหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศและมะเร็งอื่นๆ เช่น ที่ช่องคลอด ทวารหนัก ช่องปากและคอหอยด้วย
การฉีดวัคซีนให้ครบถ้วนตั้งแต่อายุน้อย จึงเป็นการป้องกันที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพช่วยให้ห่างไกลโรค