ฝุ่นจิ๋วเริ่มแผลงฤทธิ์! ทั้งเหนือ-กลาง-อีสาน-กทม. หลายจุดกระทบสุขภาพ

กทม.10 ธ.ค. 2563 • 03:01 น.
ฝุ่นจิ๋วเริ่มแผลงฤทธิ์! ทั้งเหนือ-กลาง-อีสาน-กทม. หลายจุดกระทบสุขภาพ
มาตรฐานตรวจวัดกรมควบคุมมลพิษ ชี้ คุณภาพอากาศเช้านี้ กทม.-ปริมณฑล มหาชัย ค่าฝุ่นเพิ่มสูง 63 มคก.เริ่มกระทบสุขภาพ แต่หนักที่สุดคือ หนองคาย 71 มคก. ขณะลมหนาวจะกลับมาอีกรอบ 14 ธ.ค.แต่จะไม่เย็นเท่ารอบแรก ผู้เชี่ยวชาญชี้กทม.อ่วม ไต่ระดับอันตรายต่อสุขภาพ ลากยาวตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงเช้า รวมทั้งหลายพื้นที่ทั้งภาคกลาง อีสาน เหนือ ค่าฝุ่นสูงอันตรายต่อกลุ่มเสี่ยง เด็ก คนท้อง คนแก่ กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศ พื้นที่กทม.และปริมณฑล วันที่ 10 ธ.ค.63 เวลา 08.00 น. พบว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สารมลพิษทางอากาศที่ตรวจพบเกินมาตรฐานได้แก่ ฝุ่นละออง ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ตรวจพบค่าระหว่าง 28 - 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐาน 2 พื้นที่ อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (โซนสีส้ม) ที่บริเวณต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 63 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และริมถนนมาเจริญ เพชรเกษม 8 เขตหนองแขม กทม. 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมฯ) พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจพบค่าฝุ่น PM 2.5 ระหว่าง 26 - 71 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณ ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย 71 ไมโครกรัมฯ อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ด้านพื้นที่ภาคกลาง และตะวันตก คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตรวจพบค่าฝุ่นระหว่าง 15 - 57 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (µg/m3) เกินมาตรฐานที่บริเวณต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี 57 ไมโครกรัมฯ ด้านเพจหนุ่มสรรเสริญ เรืองฤทธิ์ สำนักการระบายน้ำกทม. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ “10 ธ.ค.63 “วันรัฐธรรมนูญ” อากาศอุ่นขึ้นมาอีก ความกดอากาศสูงแผ่วลงไป มีลมตะวันออกพัดความชื้นเข้ามา บ้านเราจะหนาวจริงจังแค่ไหน สังเกตเส้นทึบ 1020 hPa ว่ามาใกล้หรือยัง หลายพื้นที่ตอนบน ฟ้าใส แดดดี มีอากาศเย็นในตอนเช้า ตอนกลางวันจะร้อนอบอ้าวหน่อย ส่วนแถบภาคใต้ตอนล่าง ยังมีฝนบ้าง” ขณะที่เพจสมควร ต้นจาน กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุ “ อัพเดต การพยากรณ์ฝนรายวัน (24 ชม.) 10 วันล่วงหน้าเช้าวันนี้ จาก TMD-HPC-WRF Init. 2020120ุ912: มวลอากาศเย็นหรือความกดอากาศสูงยังแผ่ปกคลุมบ้านเรา เริ่มอ่อนกำลังลงไปบ้างและอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้นในตอนกลางวัน แต่ทางตอนบนในภาคเหนือ ภาคอีสาน ยังเย็นถึงหนาว และหนาวจัด ตามยอดดอย ยอดภู บางพื้นที่ตามยอดดอยอาจจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้ ส่วนทางภาคใต้ระยะนี้ ยังมีฝนน้อยเป็นฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ขณะที่คลื่นลมในทะเลอ่อนลง มีกำลังปานกลาง เดินเรือด้วยความระวัง การเดินทาง สัญจรหรือใช้รถใช้ถนน ในช่วงวันหยุดยาว ต้องระมัดระวัง เนื่องจากบางพื้นที่ยังมีหมอกและหมอกหนาบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 14 ธ.ค.63 มวลอากาศเย็นอีกระลอกหนึ่ง จะแผ่ลงมาปกคลุมทางตอนบน (ไม่แรงเหมือนระลอกที่แล้ว) ทำให้ฝนทางภาคใต้ก็จะเริ่มกลับมาอีกครั้ง ต้องติดตาม” www.IQAIR.COM ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศและจัดอันดับเมืองมลพิษโลก โดยรายงานแบบเรียลไทม์วันที่ 10 ธ.ค.63 เวลา 08.20 น. เมืองกทม.ของไทย อยู่ในลำดับที่ 23 ของโลก ค่าฝุ่นอยู่ที่ 136 US AQI ขณะที่เมืองเชียงใหม่ อยู่ในลำดับที่ 31 ของโลก ค่าฝุ่นอยู่ที่ 102 US AQI รศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเกษตร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุ เช้านี้ กทม.และปริมณฑลอ่วมฝุ่นพิษ (10 ธ.ค.63) ค่าฝุ่นพิษ PM2.5 (สารก่อมะเร็งกลุ่ม 1) ไต่ระดับเพิ่มจากเมื่อวานในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทำให้หลายพื้นที่มีค่าฝุ่นระดับสีแดงซึ่งอันตรายมากต่อสุขภาพ และหลายพื้นที่มีระดับสีส้มซึ่งยังคงอันตรายต่อสุขภาพสำหรับกลุ่มเสี่ยง (ภาพที่ 1) เป็นครั้งแรกที่ค่าฝุ่นพิษในกรุงเทพฯ คงตัวในระดับสีส้มตั้งแต่เมื่อคืนและลากยาวต่อเนื่องมาถึงเช้านี้ (ภาพที่ 2) หลายพื้นที่ทั้งในภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคเหนือ และตะวันตก มีค่าฝุ่นพิษสูงในระดับที่อันตรายต่อสุขภาพของกลุ่มเสี่ยง (ภาพที่ 3) สาเหตุหลักมาจากการเผาในภาคเกษตรต่อเนื่องจากเมื่อวานทั้งภาคกลาง ภาคเหนือและอีสานบวกความเร็วลมที่ลดลงเรื่อยๆ สังเกตว่าจุดความร้อนเกิดขึ้นใกล้กรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อวาน (ภาพที่ 4) และลมพัดมาสมทบกับฝุ่นพิษที่เกิดจากรถยนต์และโรงงานในพื้น และด้วยสภาพผังเมืองที่หนาแน่นด้วยตึกสูงในกรุงเทพฯ เลยทำให้การระบายอากาศทำให้ไม่ดีมาก รักษาสุขภาพนะครับทุกคน กลุ่มเสี่ยง เด็ก คนสูงวัย และสตรีมีครรภ์ ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเช้านะครับ อย่าลืมใส่หน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นได้ก่อนออกจากบ้านนะครับ ปล.องค์การอนามัยโลกแนะนำว่าค่าฝุ่นพิษที่เกินกว่า 25 ไมโครกรัม/ลบ.ม./24 ชั่วโมง จะเริ่มส่งผลต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ประมาทกับมัจจุราชมืดนะครับ”