สั่งหมูกระทะเดลิเวอรี่-ออนไลน์ระวัง!ของแถมโรคระบบทางเดินอาหาร

กทม.10 เม.ย. 2562 • 05:40 น.
สั่งหมูกระทะเดลิเวอรี่-ออนไลน์ระวัง!ของแถมโรคระบบทางเดินอาหาร
กรมอนามัยเตือนสั่งอาหารทางมือถือส่งถึงบ้าน มีความเสี่ยง หลังพบเมนูหมูกระทะบางเจ้าเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวมาเลียนแบบเจ้าดัง แต่กรรมวิธีผลิต-วัตถุดิบไม่สะอาด ทำคนกินป่วยมาแล้ว โดยเฉพาะน้ำจิ้มให้สังเกตสีกลิ่นรสก่อนกิน พร้อมให้องค์กรท้องถิ่นควบคุม นพ.ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัยเปิดเผยว่า การสั่งอาหารแบบเดลิเวอรีหรือสั่งอาหารออนไลน์เป็นที่นิยมมากขึ้น เนื่องจากความสะดวกรวดเร็ว ทันเวลา โดยเฉพาะอาหารประเภทหมูกระทะที่การจัดส่งวัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นของสด ทั้งเนื้อหมู ผัก และน้ำจิ้มปรุงรส ทำให้บางพื้นที่พบว่ามีกลุ่มแรงงานต่างด้าว ลักลอบขายหมูกระทะที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ถูกสุขลักษณะ โดยทำป้ายโฆษณาเลียนแบบยี่ห้อหมูกระทะร้านต่างๆ ถือว่ามีความผิดประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้ประชาชนโทรสั่งจำนวนมากเพราะเข้าใจผิดว่า เป็นร้านหมูกระทะทั่วไป ส่วนใหญ่พบว่าหมูกระทะเหล่านี้มีกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกสุขลักษณะ วัตถุดิบ อุปกรณ์ และภาชนะบรรจุอาหารไม่สะอาดและไม่มีคุณภาพ ผู้ปรุงประกอบอาหารไม่มีสุขวิทยาส่วนบุคคลที่ดี ทำให้เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรคและสารเคมีต่างๆ ส่งผลให้เมื่อบริโภคมีโอกาสเสี่ยงโรคระบบทางเดินอาหารตามมาได้ ซึ่งกรณีดังกล่าวได้เกิดขึ้นแล้วในบางจังหวัด นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงความสะอาดที่คู่กับหมูกระทะคือน้ำจิ้ม ซึ่งมักทำไว้ในปริมาณมากและทิ้งไว้นาน หรือหากปรุงโดยไม่ถูกสุขอนามัยและเก็บรักษาไม่ถูกวิธีอาจทำให้เสี่ยงท้องร่วงได้ ผู้บริโภคจึงควรสังเกตจากสี กลิ่น และรสชาติ หากพบความผิดปกติไม่ควรกินและแจ้งเจ้าของร้านทันที “ในกรณีที่พบการผลิตอาหารประเภทนี้หรืออาหารประเภทอื่นๆ ที่ไม่ถูกสุขลักษณะ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถนำกฎกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับสถานที่จำหน่ายอาหารมาบังคับใช้หรือกำหนดมาตรการ ในการควบคุมดูแลการประกอบกิจการ สถานที่จำหน่ายหรือสะสมอาหาร หรือโดยการออกข้อกำหนดของท้องถิ่น (ข้อบังคับระดับตำบล) เกี่ยวกับสุขลักษณะของการประกอบกิจการจำหน่ายหรือสะสมอาหารที่ผู้ประกอบกิจการต้องปฏิบัติตามมาตรา 40 อาทิ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจัดตั้ง ใช้ และการดูแลรักษาความสะอาด และสุขลักษณะสถานที่ที่ใช้จำหน่าย จัดไว้สำหรับบริโภคอาหาร หรือใช้เป็นที่ทำประกอบ ปรุง หรือสะสมอาหาร เป็นต้น ทั้งนี้ กรมอนามัยได้ผลักดันและสนับสนุนองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น มีข้อบัญญัติว่าด้วยสถานที่จำหน่ายอาหารและสถานที่สะสมอาหาร ตามพ.ร.บ.การสาธารณสุข 2535 โดยสามารถขอรับการสนับสนุนด้านวิชาการได้จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ศูนย์อนามัยเขต หรือสำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ”