กายภาพบำบัด “โรคสมาร์ทโฟน” ลดเสี่ยง! “กล้ามเนื้ออักเสบ”
ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ จนเปรียบเหมือนเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 เลยทีเดียว เนื่องจากสมาร์ทโฟนมีแอปพลิเคชันที่สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย โดยทำให้เราสามารถเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา แต่การใช้งานที่มากเกินไปนั้น อาจนำมาซึ่งผลเสียต่อร่างกายได้
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปี 2561 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุดพบว่า ผลจากการสำรวจประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไป มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจำนวนทั้งสิ้น 56.7 ล้านคน หรือร้อยละ 89.6 ซึ่งผู้มีการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็นกลุ่มที่ใช้มือถือสูงที่สุดถึงร้อยละ 99.5
กภ.จุติพร ธรรมจารี นักกายภาพบำบัดประจำศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดลเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ผู้ที่มารักษาที่ศูนย์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยมหิดล จะอายุประมาณวัยทำงานหรือราวๆ 40ปี แต่พอตั้งแต่มีการใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์กันมากขึ้น พบว่ากลุ่มอายุของผู้เข้ารับการรักษาลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง1 – 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้ป่วยในกลุ่มที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอายุประมาณ 20 – 22 ปี มาเข้ารับการรักษากันมากขึ้นด้วยกลุ่มโรคกล้ามเนื้ออักเสบ โดยเป็นได้ตั้งแต่ข้อนิ้วมือ ข้อมือ ข้อศอก ไปจนถึงคอ บ่าไหล่
กภ.จุติพรกล่าวว่า โรคกล้ามเนื้ออักเสบที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟน ได้แก่ “อาการนิ้วล็อก” ซึ่งเกิดจากการอักเสบบริเวณเอ็น บริเวณข้อนิ้วมือ ในส่วนของข้อมือมักพบ “โรคเดอ เกอร์แวง (De Quervain’s Disease)” หรืออาการปลอกเอ็นข้อมืออักเสบ ไล่ขึ้นมาหน่อยจะเป็นในส่วนของโรคบริเวณข้อศอก จัดอยู่ในกลุ่มโรคเอ็นข้อศอกอักเสบ หรือที่เราเรียกกันว่า Tennis Elbow หรือ Golfer Elbow เนื่องจากไม่มีใครที่จะถือสมาร์ทโฟนโดยเหยียดข้อศอก เราจะต้องงอข้อศอกเล็กน้อยเพื่อให้สมาร์ทโฟนเข้ามาใกล้สายตาเรามากขึ้น เพราะฉะนั้น การที่เรางอข้อศอกนานๆ จะทำให้มีการอักเสบเกิดขึ้นบริเวณเอ็นข้อศอกได้
ไล่ขึ้นมาถึงข้อไหล่ มักพบโรคเอ็นข้อไหล่อักเสบ เนื่องจากการถือสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานด้วย และถ้าเรานั่งห่อไหล่หลังค่อม คอยื่น ก็จะทำให้เอ็นบริเวณข้อไหล่มีการกดทับกับโครงสร้างของกระดูก ซึ่งเมื่อเกิดการกดทับนานๆ หรือเกิดการเสียดสีนานๆ จะส่งผลให้เกิดการอักเสบ และอาการปวดตามมา
นอกจากนี้ การนั่งอยู่ในท่าเดิมนานๆ จะส่งผลให้เกิดโรคในกลุ่ม Myofascial pain syndrome หรือพังผืดในกล้ามเนื้อ ซึ่งเกิดจากการนั่งท่าเดียวนานๆ กล้ามเนื้อเกิดอาการเกร็ง ตึงรั้ง จนปวดตรงบริเวณบ่า และสะบัก และอาจจะร้าวขึ้นคอ ขมับ หรือกระบอกตา หรือบางรายที่นั่งอยู่ท่าเดิมนานๆ จะเกิดการยึดรั้งของเส้นประสาทบริเวณแขนทำให้มีอาการปวดชาร้าวไปตามแขนได้เหมือนกัน และอาจทำให้กระดูกคอเสื่อมได้ เนื่องจากเป็นการนั่งที่ผิดหลักชีวกลศาสตร์ หรือยิ่งไปกว่านั้น อาจส่งผลทำให้เกิดโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาทได้เลยทีเดียว
สำหรับวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดโรคกล้ามเนื้ออักเสบต่างๆ ที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนนั้น กภ.จุติพร แนะนำว่า หากต้องใช้สมาร์ทโฟนพิมพ์ข้อความยาวๆ สำหรับการติดต่อเรื่องที่สำคัญ ควรเปลี่ยนจากการพิมพ์เป็นการโทร นอกจากนี้ อาจใช้เป็นข้อความเสียง หรือพิมพ์อักษรด้วยเสียงผ่านฟีเจอร์ในสมาร์ทโฟน และไม่ควรนั่งท่าเดียวนานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถทุก 30 - 40 นาที ด้วยการขยับยืดเหยียดเพื่อลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ
นอกจากนี้ ควรหาหมอนหรืออะไรก็ตามที่เหมาะสมสำหรับรองบริเวณข้อศอก เพื่อให้สมาร์ทโฟนอยู่ในระดับสายตา จะได้ไม่ต้องก้มหน้านานๆ ซึ่งจะส่งผลต่อกระดูกคอ อีกทั้งจะได้ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อบริเวณสะบักหรือไหล่ที่จะส่งผลทำให้เกิดอาการปวดแขน ส่วนเรื่องขนาดของตัวอักษร และความสว่างหน้าจอก็มีส่วนสำคัญ เพราะหากสมาร์ทโฟนมีขนาดตัวอักษรที่เล็กเกินไป หรือสว่างไม่เพียงพอ จะทำให้ยิ่งต้องก้มและต้องเพ่ง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อที่คอ และตาได้
ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์กายภาพบำบัด คณะกายภาพบำบัดมหาวิทยาลัยมหิดล ได้เปิดให้ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมอบรมฟรีในหัวข้อ “เล่นมือถือ อย่างมีความสุข Smart Phone Smart Posture” เพื่อให้ได้ทราบถึงสาเหตุของการบาดเจ็บ และโรคที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟน การใช้สมาร์ทโฟนอย่างถูกต้อง และการออกกำลังกายเพื่อป้องกันและรักษาเมื่อเกิดการบาดเจ็บ และจะได้จัดกิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชนในหัวข้อที่น่าสนใจอื่นๆ อีกทั้งในเรื่องของโรคทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ทางระบบประสาทกิจกรรมบำบัด ตลอดจนกายภาพบำบัดในเด็ก เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง ซึ่งหัวข้อจะแตกต่างกันไปในแต่ละเดือน
ผู้สนใจติดตามข่าวสารการจัดอบรมและบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับกายภาพบำบัด ได้ที่ www.pt.mahidol.ac.th หรือFB: ศูนย์กายภาพบำบัดมหาวิทยาลัยมหิดล
ฐิติรัตน์ เดชพรหม นักประชาสัมพันธ์ ม.มหิดล ศาลายา