เมนูสุขภาพแบบง่ายๆ ไกล “เกาต์-ข้ออักเสบ”
โรคข้ออักเสบและเกาต์ ส่งผลให้ร่างกายเกิดความเจ็บปวดและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ฉะนั้น การป้องกันจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ ยิ่งคนที่ป่วยโรคเกาต์และข้ออักเสบอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งต้องดูแลอาหารการกิน ซึ่งสามารถเลือกและควบคุมเองได้ เพื่อให้ห่างไกลหรือบรรเทาอาการให้เบาลงได้
นักกำหนดอาหาร และคลินิกโรคข้อและรูมาติสซั่ม โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงโรคเกาต์ว่า เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริกในข้อ และข้อที่มักพบการอักเสบจากโรคเก๊าท์ได้บ่อย เช่น ข้อโคนหัวแม่เท้า ข้อเท้า ข้อเข่า ข้อมือ เป็นต้น
โรคเกาต์จะมีอาการของข้ออักเสบเฉียบพลัน ข้อจะบวมแดงและร้อน บางรายอาจมีไข้ ในระยะแรก อาการของโรคจะเป็นๆ หายๆ ถ้าไม่เข้ารับการรักษาต่อเนื่อง ข้อที่อักเสบก็จะกำเริบบ่อยๆ เป็นนานขึ้น และเป็นหลายข้อพร้อมกันได้
ผู้ที่เป็นโรคเกาต์มานาน ไม่ได้เข้ารับการรักษาให้ถูกต้อง จะมีการตกผลึกกรดยูริกเพิ่มมากขึ้นตามข้อและเนื้อเยื่อต่างๆ จะเป็นปุ่มก้อนใต้ผิวหนัง บริเวณที่พบบ่อย เช่น หลังเท้าและนิ้วเท้า ตาตุ่ม ข้อศอก นิ้วมือ ใบหู เป็นต้น
ยังมีอาการของโรคไตจากการเป็นโรคเกาต์มานาน อาจเกิดการสะสมของผลึกกรดยูริก จนเป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ หรือเกิดผลึกกรดยูริกในเนื้อเยื่อของไต ก่อให้เกิดภาวะไตอักเสบเรื้อรัง และไตวายได้
ขณะที่โรคข้ออักเสบ (Arhritis) ที่พบบ่อยมี 2 ชนิด คือ โรคข้อเสื่อมหรือข้ออักเสบเรื้อรัง (Osteoarthritis) และโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือปวดข้อรูมาตอยด์ (The Rumatoid arthritis)
โรคข้อเสื่อมเกิดจากความทรุดโทรมของกระดูกอ่อนที่หุ้มข้อกระดูกค่อยๆ หายไป ทำให้ข้อกระดูกเสียดสีกันเวลาเคลื่อนไหว จนเกิดอาการข้อยึด ส่งผลให้ปวดบริเวณข้อ โดยเฉพาะเวลาอากาศเย็น
ส่วนโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่ที่พบบ่อยคือ เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติของร่างกาย เกิดการทำลายข้อต่อกระดูกของตนเอง และโรคนี้ยังเกิดได้กับทุกวัย เพศหญิงมีแนวโน้มที่จะเป็นได้มากกว่าชาย ทั้งยังเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นๆ หายๆ ไปตลอด
การดูแลสุขภาพเพื่อบรรเทาอาการโรคข้ออักเสบและโรคเกาต์ด้วยการรับประทานอาหาร ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกดูแลสุขภาพ โดยมีข้อแนะนำดังนี้
1.ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า 3 สูง เพราะช่วยบำรุงข้อต่อกระดูกและลดอาการอักเสบตามข้อได้ มีข้อมูลจากงานวิจัยปริมาณไขมันทั้งหมด กรดโอเมก้า 6 และ กรดโอเมก้า 3 ในปลาทะเลและปลาน้ำจืดของไทย พบว่าปลาดุกมีกรดไขมันโอเมก้า 3 อยู่ที่ 0.46 กรัม มากกว่าปลากะพงขาว ซึ่งพบ 0.40 กรัม และต้องเลือกวิธีปรุงให้ถูกต้อง เพราะโอเมก้า 3 จะสูญสลายไปได้ง่ายหากผ่านความร้อนสูงจึงควรหลีกเลี่ยงการทอด
2.รับประทานอาหารที่มีพลังงานต่ำเพื่อคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติหรือใกล้เคียงปกติให้มากที่สุด ควรรับประทานผักต่าง ๆ อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน และบริโภคโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสมไม่มากเกินไป โดยเน้นโปรตีนไขมันต่ำ โปรตีนจากพืช
3.หลีกเลี่ยงรับประทานเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว 4.กินผลไม้สด เลี่ยงน้ำผลไม้เพราะน้ำตาลสูง 5. ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ 8 - 10 แก้วต่อวัน 6.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ตัวอย่างเมนูอาหารทำง่ายเลี่ยงโรคข้ออักเสบและเกาต์ เมนูแรก น้ำพริกปลาดุกย่าง เริ่มจากผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย พริกขี้หนูซอย หอมแดงซอย ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่ง ข้าวคั่ว และใบสะระแหน่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน คั่วพริกแห้ง หอมแดง กระเทียมพอเกรียม ตำพริกหยาบๆ ใส่หอมแดง กระเทียมตำให้ละเอียด ใส่เนื้อปลาดุกย่างตำรวมกันให้ละเอียด ปรุงรส น้ำปลา น้ำมะขาม น้ำตาล ชิมรสตามชอบ รับประทานแกล้มผักสดหรือผักลวก
ลาบเต้าหู้ ใช้ส้อมยีเต้าหู้เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วคั่วในกระทะจนแห้ง ผสมน้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลทราย พริกขี้หนูซอย หอมแดงซอย ต้นหอมซอย ผักชีฝรั่ง ข้าวคั่ว ใบสะระแหน่ คลุกเคล้าให้เข้ากัน แกล้มกับผักสด เป็นเมนูสุขภาพที่ได้คุณประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงโรคข้ออักเสบ&เกาต์ และวิตามินแร่ธาตุจากผักและปลาไปพร้อมๆ กัน
เพราะอาการปวดข้อ กระทบกับการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นข้ออักเสบหรือเกาต์ การใส่ใจดูแลรับประทานอาหารคือหัวใจสำคัญ ทั้งหมั่นสังเกตตนเอง หากมีอาการผิดปกติควรพบแพทย์ผู้ชำนาญการโดยเร็วเพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด