“กรุงเทพธนาคม”ทุบโต๊ะแถลงยันโปรเจ็กต์ “ท่อร้อยสายใต้ดิน”โปร่งใส
ทุกขั้นตอนตรวจสอบได้ ยังอยู่แค่เจรจาไม่ได้เซ็นสัญญากับใคร โต้ค่าบริการจ่ายแพงกว่าเดิม 3 เท่าแค่ข่าว ทั้งระบุไม่ใช่คนกำหนดอัตราต้องกสทช.อนุมัติ ยันยึดประโยชน์เพื่อประชาชนทุกอย่าง
ดร.เอกรินทร์ วาสนาส่ง รองกรรมการผู้อำนวยการสายยุทธศาสตร์และพัฒนาเมือง บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ได้แถลงข่าวตอบกรณีข้อห่วงใยของนักวิชาการและสื่อมวลชนต่อโครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินของกทม.กรณีมูลค่าของโครงการที่มีข้อกังวลว่าอาจกระทบต่ออัตราการเรียกเก็บค่าบริการในอัตราสูงเกินจริง รวมถึงความโปร่งใสในการสรรหาผู้รับเหมางาน และการสรรหาผู้ใช้บริการความจุหลัก โดยมี บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หรือเคที ในฐานะวิสาหกิจในกำกับของกทม.รับผิดชอบโครงการว่า กทม.ได้ให้เคทีเป็นเจ้าของโครงการและลงทุนเองทั้งหมด โดยขั้นตอนสรรหาผู้รับเหมางาน EPC มีผู้รับเอกสาร55 ราย ยื่นข้อเสนอ 8 ราย ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น 3 ราย และผ่านการพิจารณาคัดเลือกเมื่อ 9 เม.ย.62จำนวน 3 ราย
ในการคัดเลือกนั้นได้คัดกรองคุณภาพเบื้องต้นก่อนจะยื่นข้อเสนอและคัดเลือก โดยเฉพาะคุณสมบัติทางเทคนิค ความมั่นคงทางการเงินของบริษัท เพื่อไม่ให้ทิ้งงาน ซึ่งขณะนี้ได้ผู้ชนะงานรับเหมาก่อสร้างทั้ง 4 พื้นที่ของกทม. แล้ว และพร้อมเดินหน้าโครงการเพื่อให้แล้วเสร็จทันระยะเวลาที่กำหนด 2 ปี ขณะที่การสรรหาผู้ใช้บริการความจุใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ใช้บริหารหลักมีความโปร่งใส ไม่ปกปิด หรือจงใจไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ จนเป็นเหตุให้มีผู้ยื่นข้อเสนอและผ่านเกณฑ์พิจารณาเพียง 1 ราย ตามที่มีการกล่าวหา
ดร.เอกรินทร์กล่าวว่า ได้ประกาศผ่านทางหนังสือพิมพ์ต่างๆ เว็บไซต์ของเคที ทั้งเปิดให้ลงชื่อแสดงเจตจำนงยื่นข้อเสนอใช้บริการโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมซึ่งมีผู้แสดงเจตจำนง 9 ราย จากนั้นได้ส่งหนังสือเชิญชวนผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่มีโครงข่าย16 ราย รวมเป็น 25 ราย รับเอกสารเชิญชวน 16 ราย แต่มีเพียง 1 ราย ที่ยื่นข้อเสนอ คือ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด และผ่านเกณฑ์คัดเลือกตามมาตรฐานที่กำหนดขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนเจรจาเรื่องราคา แต่ยังไม่ได้ลงนาม หรือดำเนินการใดๆ ตามที่เป็นข่าว
ทั้งนี้ รูปแบบโครงการไม่เข้าหลักเกณฑ์และวิธีการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ และเป็นไปตาม พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคมซึ่งผู้ใช้บริการความจุ มีสถานะเป็นลูกค้า และกทม.ไม่ได้ให้สัมปทาน หรือโอนสิทธิ์ ส่วนตัวเลขที่มีการอ้างค่าบริการราคาสูงถึง 21,000 -27,000 บาท/ซับดัก/กิโลเมตร/เดือนนั้น ขณะนี้ยังไม่กำหนดอัตราค่าบริการ เพราะเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขณะที่เคที และผู้ใช้บริการหลัก ไม่อาจเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการรายอื่นเกินกว่าอัตราที่กสทช.กำหนดได้ ข้อกล่าวหาที่ว่าค่าบริการจะแพงกว่ารายอื่น 3 เท่า จึงไม่เป็นความจริง
“กทม. และ เคที ไม่ใช่องค์กรแสวงผลกำไร พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบสายสื่อสารที่พาดสายรกรุงรัง เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และเพื่อความสวยงามของเมือง ให้แล้วเสร็จใน 2 ปี ตามนโยบายรัฐบาล ยืนยันว่า การดำเนินการของบริษัทฯ เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย รวมถึงระเบียบและข้อบังคับต่างๆ เพื่อให้กทม.เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม ปลอดภัย ในราคาที่เป็นธรรม ให้ผู้ใช้บริการสามารถประกอบกิจการได้ในอัตราที่กสทช. กำหนด ส่งผลให้ประชาชน ซึ่งเป็นผู้รับบริการปลายทาง ได้รับบริการจากโครงข่ายโทรคมนาคมและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพสูงสุดต่อไป"