“กรมควบคุมโรค” เฝ้าระวัง "โรคปอดอักเสบ" เชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่
เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2563 ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธ์ใหม่ ดังนี้
สถานการณ์ในต่างประเทศ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2563 สาธารณรัฐประชาชนจีน รายงานจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสทั้งสิ้น 59 ราย โดย 41 ราย มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการพบเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ในจำนวนนี้เสียชีวิต 1 ราย อาการรุนแรงอยู่ในภาวะวิกฤต 7 ราย อาการดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลแล้ว 2 ราย พบผู้สัมผัสที่อยู่ภายใต้ การสังเกตอาการ 739 ราย เป็นบุคลากรทางการแพทย์ 419 ราย ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานการแพร่เชื้อ จากคนสู่คน
เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2563 เขตการปกครองพิเศษฮ่องกงพบผู้เดินทางจากเมืองอู่ฮั่นเข้าได้กับเกณฑ์ทั้งหมด 67 ราย อาการดีขึ้นออกจากโรงพยาบาลแล้ว 52 ราย ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วย 48 ราย พบเชื้ออื่น ที่ไม่ใช่เชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่
เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2563 ประเทศสิงคโปร์ พบผู้ป่วยสงสัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 1 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ขณะนี้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการ อย่างใกล้ชิด
เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2563 ประเทศไต้หวัน พบผู้ป่วยเข้าได้กับเกณฑ์การเฝ้าระวัง 13 ราย อาการดีขึ้น ออกจากโรงพยาบาลแล้ว 11 ราย ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 2 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2563 สาธารณรัฐเกาหลี พบผู้ป่วยสงสัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 1 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ และติดตามอาการผู้สัมผัสจานวน 29 ราย
สำหรับมาตรการในต่างประเทศ ประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา เขตการปกครองพิเศษฮ่องกง ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม เกาหลีใต้ และฟิลิปปินส์ ใช้มาตรการเฝ้าระวังคัดกรองผู้ที่มีอาการไข้ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจเฉียบพลัน และมีประวัติเดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น (Wuhan) มณฑลหูเป่ย (Hubei) สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ
ด้านสถานการณ์ภายในประเทศ กรมควบคุมโรคได้ดาเนินการเฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารเครื่องบินในเส้นทางที่บินตรงมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานเชียงใหม่และท่าอากาศยานภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 3 – 12 มกราคม 2563 จานวน 58 เที่ยวบิน ผู้เดินทางและลูกเรือได้รับการคัดกรอง ทั้งสิ้น 9,122 ราย พบผู้ป่วยที่มีอาการเข้าได้ตามนิยาม 8 ราย นอกจากนี้มีผู้ป่วยที่มีอาการเข้าตามนิยามไปรับการตรวจรักษา ที่โรงพยาบาลด้วยตนเอง 4 ราย รวม 12 ราย ไม่พบผู้ป่วยอาการรุนแรง ผู้ป่วยอาการดีขึ้นและได้กลับบ้านแล้วจานวน 8 ราย ผู้ป่วย 9 รายที่ทราบเชื้อที่เป็นสาเหตุและได้รับการวินิจฉัยสุดท้ายประกอบด้วย Influenza A 5 ราย, Influenza B 1 ราย, Influenza C 1 ราย, H. influenzae 1 ราย และ Coronavirus OC43 1 ราย
ทั้งนี้สิ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ การประชุมหารือผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนดาเนินงานในช่วงเทศกาลตรุษจีนอย่างใกล้ชิด, การแจ้งเตือนโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ในประเทศจีน (เมืองอู่ฮั่น) บน website กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, การหารือกับสายการบินประเด็นการคัดกรองผู้เดินทางก่อนขึ้นเครื่อง และการทาความสะอาด การฆ่าเชื้อภายในเครื่องบินทุกเที่ยวบินที่มาจากเมืองอู่ฮั่น, การประสานงานกับสถานทูตจีนเพื่อขอความร่วมมือให้เป็นสื่อกลางในการดูแลสุขภาพนักเดินทางชาวจีน
นอกจากนี้ยังได้เผยแพร่คู่มือแนวทางในการเฝ้าระวัง สอบสวนโรค และแนวทางเวชปฏิบัติ (CPG) กรณีผู้ป่วยสงสัย โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ พร้อมทั้งแจ้งช่องทางการส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยและผู้ป่วยสงสัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์กลุ่มภารกิจตระหนักรู้สถานการณ์สาธารณสุข (viralpneumoniasat@ddc.mail.go.th), เผยแพร่สถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ กับสาธารณชน, สำรวจความพร้อมของห้องแยกความดันลบ (Negative Pressure Room) เวชภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา และจัดทาเว็บไซต์และฐานข้อมูลผู้ป่วยสงสัยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่
ส่วนสิ่งที่กาลังดาเนินการ คือ การติดตามอาการผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงสูง รวม 40 ราย และรวบรวมข้อมูลสาหรับการติดตามผู้สัมผัส ที่มีความเสี่ยงต่ำ จานวน 145 ราย, ติดตามสถานการณ์ข่าวสารผู้ป่วยในต่างประเทศอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และดำเนินการเฝ้าระวัง ส่งต่อผู้ป่วยสงสัยจากด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศไปยังโรงพยาบาล ที่กำหนด
อย่างไรก็ตามประเด็นที่ต้องดาเนินการในระยะต่อไป คือ การประชุมหารือ แนวทาง การเตรียมการและการดาเนินงานในระดับนโยบายระหว่างผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกกระทรวงสาธารณสุข เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการต่างประเทศ