"คลัง" จับมือ "คปภ." กระจายความเสี่ยงบ.ประกันภัย 50 แห่ง "ประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า" คุ้มครองกว่า 30 ล้านหลังคาเรือน อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว

ธุรกิจ4 ก.ย. 2569 • 16:13 น.
"คลัง" จับมือ "คปภ." กระจายความเสี่ยงบ.ประกันภัย 50 แห่ง "ประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า" คุ้มครองกว่า 30 ล้านหลังคาเรือน อุทกภัย วาตภัย แผ่นดินไหว

วันที่ 4 กันยายน 2569 นายลวรรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ร่วมกับคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้พิจารณาแนวทางในการดำเนินโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้าหลังที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการโครงการดังกล่าวไปเมื่อ 1 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา โดยเห็นพ้องว่าโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า มีความพร้อมและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา สถานะทางการคลังของประเทศเผชิญกับความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงภัยพิบัติในแต่ละปี โดยต้องชดเชยเยียวยาผู้ประสบภัยผ่านงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สูงถึง 30,000 ล้านบาทต่อปี ดังนั้น โครงการนี้จะช่วยกระจายความเสี่ยงด้านภัยพิบัติที่ภาครัฐเคยต้องแบกรับไว้สู่ระบบประกันภัย เพื่อให้การบริหารงบประมาณแผ่นดินมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"สำหรับโครงสร้างทางการเงินของโครงการประกันภัยพิบัติถ้วนหน้านี้ นายลวรณ กล่าวว่า รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้ประชาชนปีละประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อแลกกับวงเงินรองรับมูลค่าความเสียหาย (Coverage) ผ่านระบบประกันภัยสูงสุดถึง 75,000 ล้านบาทต่อปี"

ในการนี้ คปภ. จะเข้ามามีบทบาทหลักในการช่วยออกแบบกรมธรรม์เพื่อใช้บังคับครอบคลุมสิทธิประโยชน์นี้ โดยจะให้การคุ้มครองที่อยู่อาศัยประชาชนกว่า 30 ล้านครัวเรือน โดยที่ประชาชนไม่ต้องลงทะเบียนใด ๆ ทั้งสิ้น และระบบจะให้การคุ้มครองโดยอัตโนมัติทันทีหากเกิดภัยพิบัติขึ้นในพื้นที่

เบื้องต้นภัยพิบัติที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองจะประกอบด้วย อุทกภัย, วาตภัย, และแผ่นดินไหว โดยเน้นย้ำว่า ภายใต้ระบบประกันภัยรูปแบบใหม่นี้ ประชาชนผู้ประสบภัยจะได้รับเงินเยียวยาที่รวดเร็วขึ้นและได้มูลค่าการครอบคลุมความเสียหายของทรัพย์สินมากขึ้น

สำหรับระบบการเครมประกันจะมีการนำเทคโนโลยีดาวเทียมมาช่วยเพิ่มความรวดเร็ว เช่น ตรวจสอบระดับน้ำหรือความสูงของน้ำในพื้นที่จริง เพื่อประเมินและอนุมัติจ่ายเงินเคลมก้อนแรกอย่างรวดเร็ว เช่น จ่ายงวดแรกทันที 10,000 บาท ในกรณีน้ำท่วม ส่วนการชดเชยความเสียหายทางทรัพย์สินตามจริงไม่เกิน 100,000 บาทต่อครอบครัว จะเป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัยที่จะต้องลงพื้นที่ตรวจสอบในขั้นถัดไป