“พรรคประชาชน” กำลังติดกับดัก…ของตัวเอง ?

“พรรคประชาชน” กำลังติดกับดัก…ของตัวเอง ?

สถานการณ์ของ "พรรคประชาชน" ในฐานะแกนนำฝ่ายค้านที่สนับสนุน "อนุทิน" เป็นนายกฯ เพื่อแลกกับการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญและยุบสภาตาม MOU กำลังถูกมองว่าเป็น "กับดักที่สร้างขึ้นมาเอง" และกำลังติด “กับดัก” นั้นเสียเอง 

การตัดสินใจในวันนี้จึงเป็นการเลือกระหว่าง “การรักษาโอกาสในการแก้รัฐธรรมนูญ” (เป้าหมายโครงสร้าง) หรือ “รักษาคะแนนนิยมและความชอบธรรมทางการเมือง” (เป้าหมายชัยชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า) 

1. พันธนาการที่สร้างขึ้น: การลงทุนที่เสี่ยงสูญเปล่า 

เป้าหมายหลักที่ทำให้ “พรรคประชาชน” ยอมลงทุนสนับสนุนให้ “อนุทิน” เป็นนายกฯ คือการแลกกับโอกาสในการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภาภายใน 4 เดือน (31 มกราคม 2569) 

การตัดสินใจนี้คือการยอมแลกความชอบธรรมทางการเมืองในระยะสั้น เพื่อเป้าหมายเชิงโครงสร้างที่ยิ่งใหญ่กว่า อย่างไรก็ตาม พรรคได้สร้างเงื่อนไขที่นำไปสู่ความเสี่ยงสูงสุด ดังนี้ 

- ความเสี่ยงจากคำขู่ยุบสภา: “นายกฯ อนุทิน” ขู่ว่า หากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะชิงยุบสภาทันที ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังเดินหน้าจะยุติลงทันที และสิ่งที่ลงทุนไปทั้งหมดก็จะสูญเปล่า 

- แผลของรัฐบาล: รัฐบาลมีแผลเรื่องการปราบทุนเทา / สแกมเมอร์ โดยเฉพาะในกรณีรัฐมนตรีสายล่อฟ้าของพรรคร่วมรัฐบาล ปัญหาเหล่านี้กัดกร่อนความชอบธรรมของรัฐบาลอย่างรุนแรง และขัดต่อจุดยืนด้านธรรมาภิบาลของ “พรรคประชาชน” อย่างสิ้นเชิง 

- แรงกดดันจากพรรคเพื่อไทย: หาก “พรรคเพื่อไทย” กดดันให้ “พรรคประชาชน” เข้าร่วมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้า “พรรคประชาชน” ปฏิเสธ ก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็น "ฝ่ายค้ำ" ทำให้เสียความน่าเชื่อถือในฐานะฝ่ายตรวจสอบ 

2. กลยุทธ์รักษาระยะห่าง 

กลยุทธ์ของ “พรรคประชาชน” ที่ผ่านมาคือ "การรักษาระยะห่างเชิงกลยุทธ์" ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามดิ้นรนออกจากกับดักที่สร้างขึ้นมาเอง 

(1) การโจมตีรัฐมนตรีสายล่อฟ้า 

การโจมตี “รัฐมนตรีสายล่อฟ้า” โดยไม่แตะ “พรรคภูมิใจไทย” โดยตรง เป็นการส่งสัญญาณเพื่อลดแรงกดดันทางสังคม และรักษาภาพลักษณ์การตรวจสอบ แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ไม่กระทบเสถียรภาพรัฐบาลโดยรวม เพื่อไม่เร่งให้เกิดการยุบสภา 

(2) ท่าทีแกนนำ 

การให้สัมภาษณ์ของ “ศิริกัญญา ตันสกุล” แกนนำพรรคประชาชน ที่ดูถนอมน้ำใจ “อนุทิน” โดยระบุว่า ยังไม่มีข้อมูลถึงขั้นต้องยื่นอภิปราย เป็นการแสดงออกถึงความพยายามประคับประคองรัฐบาลตามเงื่อนไข MOU 

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ได้ผลเพียงชั่วคราว ซึ่งจะเห็นได้จากตั้งคำถามของสังคมถึงบทบาทของ “พรรคประชาชน” ที่ดังขึ้นเรื่อยๆ 

3. สามทางเลือกของ “พรรคประชาชน” 

พรรคประชาชนกำลังถูกบีบให้อยู่ในภาวะที่อาจ "แพ้ทั้งกระดาน" หากไม่สามารถหาทางออกที่เหมาะสมได้

ทางเลือกที่ 1 เลือก "เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ" (จำเป็นต้องค้ำรัฐบาล) 

- แม้จะลดความเสี่ยงยุบสภา และอาจบรรลุเป้าหมายเชิงโครงสร้าง แต่พรรคจะถูกกล่าวหาเป็น "ฝ่ายค้ำ" อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

- การสูญเสียความน่าเชื่อถือในระยะสั้น จะนำไปสู่การเสียคะแนนนิยมอย่างรุนแรงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่จะแพ้เลือกตั้งครั้งหน้า 

- หากแพ้เลือกตั้ง โอกาสในการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ ก็อาจตีบตันยิ่งขึ้นไปอีก 

ทางเลือกที่ 2 เลือก "ชนะเลือกตั้ง" (ร่วมยื่นซักฟอก) 

พรรคจะสามารถรักษาความชอบธรรม และเพิ่มคะแนนนิยมได้อย่างมหาศาล แต่จะต้องแลกกับกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญที่อาจสะดุด เพราะมีโอกาสสูงที่ “นายกฯ อนุทิน” จะชิงยุบสภา “การแก้รัฐธรรมนูญ” ก็ต้องล่าช้าออกไปอีก 

สองทางเลือกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้ชี้ให้เห็นว่า กับดักที่ “พรรคประชาชน” สร้างขึ้นมาเอง คือการวางเดิมพันกับเป้าหมายเดียว (แก้รัฐธรรมนูญ) โดยประเมินความเสี่ยงถึงเงื่อนไขที่ซับซ้อนของสถานการณ์ต่างๆ ต่ำเกินไป 

ทางเลือกที่ 3 กดดันให้นายกฯ ปลดรัฐมนตรีบางคน 

ทางเลือกที่ 3 คือการกดดันนายกฯ ให้ปลดรัฐมนตรีบางคน หรือหากจำเป็นต้องซักฟอกจริงๆ ก็ต้องโน้มน้าว “พรรคเพื่อไทย” ให้อภิปรายเฉพาะรัฐมนตรีบางคน เพื่อซื้อเวลา และรักษาความเชื่อมั่น 

ซึ่งทางเลือกนี้น่าจะเป็นหนทางที่ลงตัวที่สุด ในกรณีที่ “พรรคประชาชน” ต้องการรักษาทั้งโอกาสชนะเลือกตั้งครั้งใหม่ และเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่หนทางที่ดีที่สุด…อย่างแน่นอน 

 

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

 

#พรรคประชาชน #กับดักพรรคประชาชน #แก้รัฐธรรมนูญ #ยุบสภา #อนุทิน #การเมืองไทย #ฝ่ายค้าน #การเดิมพันครั้งใหญ่