วิกฤตน้ำท่วมหาดใหญ่ หาก ปชน. ไม่ยื่นซักฟอก จะตอบประชาชนอย่างไร ?
เสียงหวีดร้องระงมทท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ของ "ความล้มเหลวในการบริหารจัดการ" ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่พุ่งทะยานเกินหลักร้อย และมีแนวโน้มจะสูงกว่านี้ คือชีวิตของประชาชนที่ต้องสังเวยให้กับความสะเพร่าของรัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่คาดเดาไม่ได้ กรมอุตุนิยมวิทยาและผู้เชี่ยวชาญน้ำได้ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้านับสัปดาห์ แต่สิ่งที่ปรากฏคือความเงียบงันจากทำเนียบรัฐบาล ไร้ซึ่งแผนเผชิญเหตุ ไร้การแจ้งเตือนอพยพอย่างเป็นระบบ ปล่อยให้ประชาชนเผชิญสถานการณ์ตามยถากรรม จนเมื่อมวลน้ำเข้าท่วมถึงหลังคาบ้าน การช่วยเหลือกลับเป็นไปอย่างล่าช้า สับสน และไร้ทิศทาง
ภาพความโกลาหลนี้ ฉายหนังม้วนเก่าซ้ำรอยสมัยที่อนุทินนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รับมือวิกฤตโควิด-19 ความมั่วซั่วในการช่วยเหลือผู้ป่วยในวันนั้น สร้างบาดแผลลึกให้สังคมไทยอย่างไร วันนี้ในฐานะนายกรัฐมนตรี เขาก็ยังคงพิสูจน์ให้เห็นว่า "วิสัยทัศน์และความสามารถในการบริหารวิกฤต" ยังคงย่ำแย่และไม่เคยพัฒนาขึ้นเลย
1. เดิมพันของพรรคประชาชน
ท่ามกลางวิกฤตศรัทธาที่พุ่งเป้าไปยังรัฐบาลอนุทิน สปอตไลต์ทางการเมืองได้สาดส่องไปที่ "พรรคประชาชน" ในฐานะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ก่อนหน้านี้สังคมตั้งคำถามถึงท่าทีที่ "แทงกั๊ก" ของพรรคประชาชนต่อการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทั้งที่มี แผลเหวอะหวะปรากฏชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นปัญหากลุ่มทุนสีเทาที่กัดกินเศรษฐกิจ, แก๊งสแกมเมอร์ที่รัฐบาลดูเหมือนจะจัดการแบบลูบหน้าปะจมูก, ปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา, รวมถึงข้อครหาคนในรัฐบาลมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มทุนสีเทา
แต่พรรคประชาชนกลับยังลังเล โดยมีข้ออ้างทางยุทธศาสตร์ที่ว่า "กลัวอนุทินจะชิงยุบสภา" ซึ่งจะส่งผลให้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังเดินหน้าต้องพังครืนลงมา
การชั่งน้ำหนักทางการเมืองเช่นนี้ อาจฟังดูมีเหตุผลในสภาวะปกติ แต่ในสถานการณ์ที่ประชาชนนับร้อยต้องเสียชีวิตจากความบกพร่องของรัฐบาล การนำ "รัฐธรรมนูญ" มาเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับการ "หลับตาข้างหนึ่ง" ให้กับความบริหารที่ล้มเหลวระดับมหันตภัย เป็นเรื่องที่สังคมยากจะยอมรับได้
3. พรรคเพื่อไทยขยับ แล้วพรรคประชาชนจะอยู่ตรงไหน ?
แรงกดดันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อ "พรรคเพื่อไทย" ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพรรคฝ่ายค้าน ได้ประกาศจุดยืนชัดเจนไปก่อนเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่แล้วว่า จะมีการยื่นซักฟอกรัฐบาลในช่วงเดือนธันวาคมนี้อย่างแน่นอน
ดังนั้นหากพรรคประชาชนยังคงนิ่งเฉย หรือพยายามประวิงเวลาด้วยข้ออ้างเรื่องกลัวยุบสภา พรรคประชาชนนั่นแหละที่จะกลายเป็นจำเลยสังคมเสียเอง และประชาชนจะจดจำว่า ในวันที่พวกเขาต้องประสบความทุกข์อย่างอย่างแสนสาหัสจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาล พรรคที่อ้างว่าเป็นความหวังใหม่กลับห่วงแต่เกมอำนาจในกระดาษ มากกว่าชีวิตคน !
4. ถึงเวลาต้องเลือก
รัฐบาลอนุทินบริหารประเทศมาเพียงเดือนเดียว แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่สำคัญต่างๆ ได้ ฉะนั้นอย่าปล่อยให้คำขู่ยุบสภาของนายกฯ เป็นโซ่ตรวนที่ทำให้พรรคประชาชนเป็นใบ้ แต่ควรเป็นแรงกระตุ้นให้ต้องรีบทำหน้าที่ ก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปมากกว่านี้
ถึงเวลาแล้วที่พรรคประชาชนต้องเลิกกลัวคำขู่ เลิกห่วงหน้าพะวงหลัง แล้วทำหน้าที่ "ฝ่ายค้าน" อย่างสมศักดิ์ศรี ร่วมมือกับพรรคเพื่อไทยยื่นซักฟอกรัฐบาลอนุทิน เพราะหากปล่อยผ่านเรื่องนี้ไป คำถามจะไม่ใช่แค่ "อนุทินจะอยู่อย่างไร" แต่จะเป็น "พรรคประชาชนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน" เมื่อต้องสบตาญาติผู้เสียชีวิตจากมหาวิกฤตครั้งนี้
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#น้ำท่วมหาดใหญ่ #รัฐบาลอนุทิน #พรรคประชาชน #เพื่อไทย #ซักฟอก #วิกฤตการเมือง #อุทกภัย2568 #ข่าวการเมือง #วิเคราะห์การเมือง #ThailandPolitics