"กรีนแลนด์" ดินแดนในฝันของ "ทรัมป์"

"กรีนแลนด์" ดินแดนในฝันของ "ทรัมป์"

ดินแดนเกาะกรีนแลนด์มีความโดดเด่นทางกายภาพด้วยผืนน้ำแข็งที่หนาถึง 4 กิโลเมตรในบางจุด และตั้งอยู่ใกล้กับสหรัฐอเมริกามากกว่าประเทศเจ้าของอธิปไตยเดิมอย่างเดนมาร์ก แม้จะมีประชากรเพียงประมาณ 60,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในกรุงนุกและพื้นที่ทางตอนใต้ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจาก กระแสน้ำอุ่นกรีนแลนด์ตะวันตก (West Greenland Current) ซึ่งรับมวลน้ำอุ่นต่อเนื่องมาจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม (Gulf Stream)

แต่กรีนแลนด์กลับมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อดุลยภาพของโลก เพราะหากน้ำแข็งละลายหมดจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นเป็นเมตร ในมิติทางการเมือง กรีนแลนด์เคยเป็นอาณานิคมของเดนมาร์กมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนจะได้รับสิทธิ์ปกครองตนเอง มีรัฐสภาและนายกรัฐมนตรีเป็นของตนเองในปี 1979 ทว่าปัจจุบันรายได้หลักกว่า 2 ใน 3 ของกรีนแลนด์ยังคงต้องพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกรุงโคเปนเฮเกน ทำให้การประกาศเอกราชอย่างสมบูรณ์ยังคงเป็นเรื่องยากแม้จะมีพรรคการเมืองบางกลุ่มพยายามผลักดันก็ตาม

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงความปรารถนาในการครอบครองกรีนแลนด์ ส่วนหนึ่งมาจากความสนใจในทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งทองคำ น้ำมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแร่หายาก (Rare Earth elements) เช่น นีโอดิเมียม เพรซีโอดิเมียม ซึ่งใช้ในเทคโนโลยีพลังงานสะอาด นอกจากนี้ยังมีแร่ที่น่าจับตา เช่น โครเมียม ดีบุก เซอร์โคเนียม และยูเรเนียม ซึ่งใช้ในภาคอุตสาหกรรม

ข้อมูลจากคณะกรรมาธิการยุโรปในปี 2023 ระบุว่ากรีนแลนด์มีแหล่งแร่เหล่านี้จำนวนมหาศาล ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้น ปรากฏการณ์โลกร้อนที่ทำให้น้ำแข็งในกรีนแลนด์ละลายไปแล้วกว่า 11,000 ตารางไมล์ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา กลายเป็นโอกาสที่ทำให้การขุดเจาะทรัพยากรเหล่านี้ทำได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังต้องการสกัดกั้นอิทธิพลของจีนที่สนใจเข้ามาปักหมุดสำรวจแร่และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่นี้อย่างต่อเนื่อง แม้จะยังติดขัดเรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดของกรีนแลนด์ก็ตาม

ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ กรีนแลนด์ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์กึ่งกลางระหว่างทวีปอเมริกาและยุโรป ซึ่งเคยมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฐานะจุดพักกำลังพลและฐานส่งบำรุงของสหรัฐฯ เพื่อต่อสู้กับนาซีเยอรมนีในสมรภูมิมหาสมุทรแอตแลนติก ปัจจุบันสหรัฐฯ ยังคงรักษาฐานทัพพิทุฟฟิก (Pituffik Space Base) ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งใช้เป็นระบบเตือนภัยขีปนาวุธและปฏิบัติการสอดส่องทางอวกาศสำหรับนาโต (NATO)

ความสำคัญนี้ยิ่งทวีคูณเมื่อพิจารณาถึงเส้นทางเดินเรือใหม่ๆ โดยเฉพาะเส้นทางเดินเรือสายเหนือ (Northern Sea Route - NSR) ที่ร่นระยะเวลาการเดินทางจากเอเชียไปยุโรปได้มหาศาล เช่น การเดินเรือจากเกาหลีใต้ไปเยอรมนีจะใช้เวลาเพียง 23 วัน เมื่อเทียบกับ 34 วันหากผ่านคลองสุเอซ มีรายงานว่ามูลค่าการขนส่งสินค้าผ่านเส้นทางที่น้ำแข็งละลายนี้เติบโตขึ้นถึง 755% ในช่วงปี 2014-2022

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของทรัมป์ที่จะเข้าครอบครองกรีนแลนด์เพื่อประโยชน์ของสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับพันธมิตรยุโรปและนาโต ผู้นำจากหลายประเทศ ทั้งสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี สเปน อิตาลี และโปแลนด์ ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ยืนยันว่าอนาคตของกรีนแลนด์ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชาวกรีนแลนด์และเดนมาร์กเท่านั้น และความมั่นคงในอาร์กติกถือเป็นภารกิจร่วมกันของพันธมิตรที่ไม่สามารถดำเนินการโดยพลการได้

แม้ว่าในขณะเดียวกันยุโรปจะยังคงต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับสหรัฐฯ เพื่อความช่วยเหลือในกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนก็ตาม แต่ท่าทีการเผชิญหน้ากันเองภายในกลุ่มนาโตในกรณีกรีนแลนด์ถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากและสะท้อนถึงความสำคัญอันประเมินค่าไม่ได้ของดินแดนแห่งนี้ในเวทีโลก