ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่สังคมไทยต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพการเมือง
รองศาสตราจารย์ ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล ชิค นำเสนอบทความเรื่อง “ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่สังคมไทยต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพการเมือง” ความว่า เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองอย่างจริงจังไหมว่า ทำไมในวันที่เราล้มป่วย เราถึงเพียรพยายามดั้นด้นไปหาหมอที่เก่งที่สุด และตรวจสอบให้แน่ใจว่าเขามี -ใบประกอบวิชาชีพ- ที่การันตีชีวิตเราได้ ทำไมในวันที่เราจะสร้างบ้านสักหลัง เราถึงเรียกหาวิศวกรที่มีใบอนุญาตรับรองมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย แต่เหตุใดในวันที่เราต้องฝาก "ชะตากรรมของคน 66 ล้านคน" และ "เงินภาษีมหาศาล" ไว้ในมือใครบางคน เรากลับยอมรับกติกาง่ายๆ เพียงแค่ใครคนนั้นมีคะแนนนิยมเพียงพอ
คำถามที่สำคัญของ อาจารย์ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ สื่อมวลชนและนักจัดรายการชื่อดัง ที่ว่า "ทำไมนักการเมืองไม่มีใบประกอบวิชาชีพ?" ไม่ใช่เพียงเสียงสะท้อนจากความอัดอั้น แต่มันคือการเขย่ามโนธรรมสำนึกของสังคมให้ตื่นจากภาวะจำยอม มันคือการทวงคืนบรรทัดฐานที่ว่า "อำนาจที่ปราศจากมาตรฐาน คือหายนะของแผ่นดิน"
อาชีพนักการเมืองเป็นวิชาชีพที่บริหาร "พันธสัญญาของหัวใจหรือลมหายใจ" ของประชาชน การเมืองไม่ใช่แค่เรื่องของการอาสา แต่มันคือ "วิชาชีพชั้นสูง" (High Profession) ที่ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตและพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เป็นลมหายใจ เป็นจิตวิญญาณของประชาชนในทุกระดับนโยบาย ความผิดพลาดของหมออาจหมายถึงชีวิตคนหนึ่งคน แต่ความผิดพลาดหรือความฉ้อฉลของนักการเมืองที่ไร้จริยธรรม หมายถึงความล่มสลายของระบบสาธารณสุข ความยากจนที่หยั่งรากลึก และอนาคตที่ถูกขโมยไปจากลูกหลานของเรา
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องนิยามคำว่านักการเมืองใหม่ โดยใช้ "ใบอนุญาตแห่งมโนธรรม" เป็นเครื่องคัดกรอง ใครที่อาสาเข้ามาแบกรับความหวังของชาติ ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีมากกว่าแค่วาทศิลป์ แต่เขามีเกราะป้องกันความชั่วร้าย และเข็มทิศคุณธรรมที่สังคมตรวจสอบได้
Digital Ethical Passport นวัตกรรมที่การันตีการตัดสินใจกำกับไว้ด้วย "หัวใจ คือคุณธรรมความดี นำความรู้ ที่เป็นพื้นฐานการตัดสินใจ"การทำงาน บริหารจัดการบ้านเมืองให้ดี ในโลกยุคใหม่ เมื่อจริยธรรมไม่ใช่เรื่องนามธรรมอีกต่อไป เราจึงต้องนำนวัตกรรมมาเป็นเครื่องมือในการตรึงความดีไว้กับตัวบุคคล Digital Ethical Passport คือทางออกเชิงโครงสร้างที่จะเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย มันไม่ใช่แค่ฐานข้อมูลทั่วไป แต่คือ สมุดพกความประพฤติระดับชาติ ที่บันทึกผ่านระบบ Blockchain ซึ่งไม่อาจแก้ไขหรือลบเลือนได้
Immutability of Integrity คือทุกสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ทุกการโหวตที่ส่งผลต่อทรัพยากรชาติ และทุกความโปร่งใสของทรัพย์สิน จะถูกบันทึกไว้อย่างซื่อตรง
Real-time Trust Index ระบบจะประมวลผลเป็น "คะแนนความน่าเชื่อถือ" ซึ่งหากใครทำผิดจรรยาบรรณร้ายแรง ระบบจะสั่ง "พักใบอนุญาต" ทันทีโดยไม่ต้องรอให้กระบวนการทางกฎหมายที่ยืดเยื้อมาเป็นข้ออ้าง
The Voice of the People ประชาชนคือผู้ประเมินตัวจริงผ่านระบบ Social Audit ที่เชื่อมต่อกับ Passport นี้ ทำให้ใบอนุญาตนี้มีชีวิตและเคลื่อนไหวตามความคาดหวังของสังคม
ยุคของการกำหนดบรรทัดฐานใหม่ทางการเมือง (Executive Summary) การเปลี่ยนผ่านสู่การเมืองที่มีใบประกอบวิชาชีพไม่ใช่เรื่องที่จะมองเห็นแล้ปล่อยผ่านไปเฉยๆ อีกต่อไปแล้ว แต่เป็นเรื่องที่ต้องทำ หากเราไม่อยากให้ประเทศวนเวียนอยู่ในวงจรเดิม กลไกที่รัดกุมที่สุดคือการจัดตั้ง สภาวิชาชีพการเมือง เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางร่วมกับ คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติทุกระดับ กรมการศาสนา ผู้นำศาสนา5 ศาสนาในประเทศไทย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์คุณธรรม(องค์การมหาชน) และ สำนักงาน ป.ป.ช. และหรือรวมหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งในระดับท้องถิ่น และภาคประชาคม เพื่อมาร่วมกันกำหนดมาตรฐาน 5 มิติแห่งคุณภาพ คือ ความโปร่งใสเชิงรุก, ความรู้ในหน้าที่, ความปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน, การเคารพเสียงประชาชน และวุฒิภาวะทางจริยธรรม หากนักการเมืองคนใดไม่สามารถรักษาใบอนุญาตนี้ไว้ได้ ก็เท่ากับว่าเขาผู้นั้นได้สูญเสียสิทธิในความไว้วางใจ จากประชาชนไปโดยสิ้นเชิง นี่คือหลักประกันที่ลึกซึ้งที่สุดที่จะบอกกับโลกว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ -คุณธรรมนำการเมือง- อย่างเป็นรูปธรรม เราไม่ได้ต้องการแค่นักเลือกตั้ง แต่เราต้องการ -วิชาชีพทางการเมือง- ที่กล้าหาญพอจะวางคุณธรรมมโนธรรมไว้เหนืออำนาจ และให้ Digital Ethical Passport เป็นพยานหลักฐานว่าท่านทั้งหลายนั้น เป็นผู้แทนของเรา เขาคือผู้ที่มีคุณค่าที่จะไปทำหน้าที่บริหารจัดการบ้านเมืองอย่างสุจริต การใช้อำนาจในการตัดสินใจใดๆ ของท่านเหล่านั้น เป็นการตัดสินใจที่เที่ยงตรง เป็นลมหายใจที่บริสุทธิ์ เป็นผู้แทนของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง
เครดิตคลิป คำถามของ อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ https://www.facebook.com/share/r/19aL3XL4m9/?mibextid=wwXIfr