ถ้า “เลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์” ของภูมิใจไทยจุดติด พรรคที่บอบช้ำที่สุด คือประชาธิปัตย์ ?

ถ้า “เลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์” ของภูมิใจไทยจุดติด พรรคที่บอบช้ำที่สุด คือประชาธิปัตย์ ?

ในทางการเมือง "ความกลัว" มักเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังกว่า "ความหวัง" และในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ วาทกรรม "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" กำลังถูกนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งโดยพรรคภูมิใจไทย 

แต่หากเรามองให้ลึกลงไปในกระดานอำนาจ พรรคที่จะกลายเป็น "เหยื่อ" ของยุทธศาสตร์นี้ อาจไม่ใช่คู่เทียบอย่าง “พรรคประชาชน” แต่กลับเป็นพันธมิตรในขั้วอนุรักษ์นิยมด้วยกันเองอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" 

1. กลยุทธ์ "ตกปลาในบ่อเพื่อน" 

พฤติกรรมการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ คือการที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งยอม "หักใจ" ไม่เลือกพรรคที่รัก เพื่อไปเลือกพรรคที่ "มีโอกาสชนะมากกว่า" เพื่อสกัดกั้นพรรคที่เกลียด 

ความน่าสนใจคือ ฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง พรรคหนึ่งประกาศตัวเป็น “หัวขบวนอนุรักษ์นิยม” ขณะที่อีกพรรคหนึ่งเน้นอุดมการณ์ และคนรุ่นใหม่ 

ดังนั้น การปั่นกระแสการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิใจไทย จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อไปชิงคะแนนจากพรรคประชาชน แต่เป็นการ "บีบคั้น" เอาคะแนนจากกลุ่มอนุรักษนิยมที่ยังลังเลใจ ให้ต้องเทมาที่ภูมิใจไทย เพื่อไม่ให้ "คะแนนเสียงตกน้ำ” 

2. การกลับมาของ “อภิสิทธิ์” ปลุกความหวังแฟนพันธุ์แท้ประชาธิปัตย์ 

การกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้งของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ปลุกความหวังเหล่าแฟนคลับดั้งเดิมประชาธิปัตย์ให้คึกคัก แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ประชาธิปัตย์ค่อนเสียเปรียบ เพราะในช่วงที่พรรคตกต่ำ มี สส. ย้ายออกไปเกินกว่าครึ่ง แม้กระแสของพรรคจะดีวันดีคืน แต่นักวิเคราะห์การเมืองส่วนใหญ่ ก็คาดการณ์กันว่า น่าจะได้ สส. อยู่ที่ราวๆ 30 ที่นั่ง 

แต่สมมติ ถ้ากระแส “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” จุดติด จำนวนของ สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ควรจะได้ ก็อาจยิ่งลดน้อยถอยลงไปอีก   

3. กรณีศึกษาเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เคยจุดติด 

- ปี 2556 ผู้ว่าฯ กทม. : วาทกรรม "ไม่เลือกเรา เขามาแน่" ทำงานได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อคนกรุงเทพฯ เทคะแนนให้ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” เพื่อสกัด “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” จากพรรคเพื่อไทย ในช่วงที่การเมืองยังแบ่งขั้วเหลืองแดงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์” ได้เป็นผู้ว่ากทม. ในสมัยที่ 2 ทั้งๆ ที่ว่ากันว่า ผลงานการเป็นผู้ว่าฯ ในสมัยแรกไม่เข้าตาชาว กทม. แม้แต่น้อย 

- ปี 2562 เลือกตั้งทั่วไป : ประชาธิปัตย์ ถูกพรรคพลังประชารัฐแย่งชิงฐานเสียงอนุรักษนิยมไปมหาศาลภายใต้ยุทธศาสตร์ "เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่" จนทำให้ประชาธิปัตย์กลายเป็นพรรคขนาดกลางและเสียที่นั่งในกรุงเทพฯ ทั้งหมด 

4. สนามเลือกตั้งภาคใต้ และกรุงเทพฯ 

หากยุทธศาสตร์นี้จุดติด ความเสียหายของพรรคประชาธิปัตย์ จะเกิดขึ้นในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญได้แก่ ภาคใต้ และกรุงเทพฯ

- กรุงเทพมหานคร: พื้นที่ที่อ่อนไหวต่อกระแส Strategic Voting มากที่สุด หาก “เลือกตั้งเชิง

ยุทธศาสตร์” จุดติด ก็มีแนวโน้มว่าประชาธิปัตย์จะถูกภูมิใจไทยแย่งคะแนน “คนกรุงที่เกลียดส้ม” ไปจำนวนไม่น้อย

- ภาคใต้: เดิมทีประชาธิปัตย์เป็นเจ้าถิ่น แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ภูมิใจไทยรุกหนักด้วยการกวาด “บ้านใหญ่ภาคใต้” เข้าสังกัดเป็นจำนวนมาก หาก “เลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์” จุดติด โอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะรักษาแชมป์ในพื้นที่นี้ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ นัก

แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าสมมติว่า กระแส “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” จุดไม่ติด ซึ่งด้วยเรตติ้งที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ของ “ประชาธิปัตย์” และการกลับมาเป็นพรรคแห่งความหวังของฝั่งอนุรักษ์นิยมอีกครั้ง…

พรรคที่ตกที่นั่งลำบากที่สุด ก็ไม่ใช่ “พรรคประชาชน” หรือ “พรรคเพื่อไทย” แต่ก็คือ “พรรคภูมิใจไทย” นั่นเอง

 

บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม

 

 

 #เลือกตั้ง2569 #ภูมิใจไทย #ประชาธิปัตย์ #เลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ #StrategicVoting #การเมืองไทย #วิเคราะห์การเมือง #สนามเลือกตั้ง