รู้ทันก่อนป่วย! 6 โรคหน้าฝนที่คนวัย 45+ ต้องระวัง

รู้ทันก่อนป่วย! 6 โรคหน้าฝนที่คนวัย 45+ ต้องระวัง

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนอาจนึกถึงอากาศเย็นสบาย แต่ในความเป็นจริง ช่วงเวลานี้กลับเป็นฤดูกาลที่เชื้อโรคแพร่กระจายได้ง่าย ทั้งจากความชื้น น้ำขัง และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอและเสี่ยงเจ็บป่วยมากขึ้น

โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันเริ่มทำงานลดลง รวมถึงหลายคนมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ หากติดเชื้อในช่วงหน้าฝน อาการอาจรุนแรงกว่าคนวัยหนุ่มสาว

มาดูกันว่า 6 โรคที่ต้องระวังในช่วงหน้าฝน มีอะไรบ้าง พร้อมวิธีป้องกันที่ทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน

1. ไข้หวัดใหญ่และโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ

ฤดูฝนเป็นช่วงที่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ รวมถึงเชื้อไวรัสที่ก่อโรคทางเดินหายใจหลายชนิดแพร่กระจายได้ดี ผ่านการไอ จาม หรือสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ

สัญญาณที่ควรสังเกต

- ไข้สูง หนาวสั่น

- ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล

- อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

- หายใจหอบ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคปอดหรือโรคหัวใจ

วิธีป้องกัน

- ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี

- สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่แออัด

- ล้างมือบ่อย ๆ

- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

2. โรคคออักเสบและติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน

อากาศชื้นและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เชื้อไวรัสและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี ผู้ที่อายุ 45 ปีขึ้นไปจึงมีโอกาสเกิดอาการคออักเสบหรือหลอดลมอักเสบได้ง่าย

อาการ

- เจ็บคอ

- กลืนลำบาก

- ไข้ต่ำหรือไข้สูง

- เสียงแหบ

- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอโต

วิธีป้องกัน

- ดื่มน้ำให้เพียงพอ

- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเย็นจัด

- ดูแลสุขภาพช่องปาก

- หากมีอาการนานเกิน 3-5 วัน ควรพบแพทย์

3. โรคอาหารเป็นพิษและท้องเสีย

ช่วงหน้าฝน อาหารและน้ำดื่มมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้ง่าย หากรับประทานอาหารไม่สะอาด อาจทำให้เกิดอาการท้องเสียรุนแรงจนร่างกายขาดน้ำ

อาการที่พบ

- ปวดท้อง

- ถ่ายเหลวหลายครั้ง

- คลื่นไส้ อาเจียน

- อ่อนเพลีย

- เวียนศีรษะจากภาวะขาดน้ำ

วิธีป้องกัน

- เลือกรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่

- ดื่มน้ำสะอาด

- ล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง

- หากถ่ายเหลวต่อเนื่องหรือมีไข้สูง ควรรีบพบแพทย์

4. โรคผิวหนังจากความอับชื้น

ความชื้นสะสมจากฝนและเหงื่อ ทำให้เชื้อราและแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ดี โดยเฉพาะบริเวณข้อพับ รักแร้ ซอกนิ้ว และเท้า

อาการ

- ผื่นแดง

- คัน

- ผิวหนังลอกหรือเปื่อย

- ตุ่มน้ำหรือแผลติดเชื้อ

วิธีป้องกัน

- รีบอาบน้ำและเช็ดตัวให้แห้งหลังเปียกฝน

- สวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

- เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อเปียกชื้น

- ดูแลผิวหนังไม่ให้เกิดความอับชื้น

5. โรคฉี่หนู

หน้าฝนเป็นช่วงที่หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมขัง ทำให้เสี่ยงสัมผัสเชื้อแบคทีเรียจากปัสสาวะของหนูผ่านน้ำหรือดินที่ปนเปื้อน

อาการ

- ไข้สูงเฉียบพลัน

- ปวดศีรษะ

- ปวดน่องหรือปวดกล้ามเนื้อรุนแรง

- ตาแดง

- ในรายรุนแรงอาจเกิดไตวายหรือตับอักเสบ

วิธีป้องกัน

- หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำขัง

- สวมรองเท้าบู๊ตหรือรองเท้าป้องกันน้ำ

- หากมีบาดแผลควรปิดแผลให้มิดชิด

- รีบพบแพทย์เมื่อมีไข้หลังสัมผัสน้ำท่วม

6. ไข้เลือดออก

แม้หลายคนจะคิดว่าไข้เลือดออกเป็นโรคของเด็ก แต่ปัจจุบันพบผู้ป่วยวัยทำงานและผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ที่มีโรคประจำตัวอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

อาการเตือน

- ไข้สูงต่อเนื่อง

- ปวดศีรษะ

- ปวดเมื่อยตามตัว

- ปวดกระบอกตา

- มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง

- เลือดออกตามไรฟันหรือจมูก

วิธีป้องกัน

- กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

- ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำ

- ใช้ยากันยุง

- สวมเสื้อแขนยาวเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่เสี่ยง

- ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงตลอดฤดูฝน

นอกจากการป้องกันโรคแล้ว ผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไปควรหันมาใส่ใจสุขภาพในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาด และตรวจสุขภาพประจำปีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งและไม่ละเลยอาการผิดปกติ

ฤดูฝนอาจหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากรู้เท่าทันโรคที่มากับฝน และเตรียมร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการเจ็บป่วยและใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจตลอดทั้งฤดูกาล

* ภาพประกอบสร้างด้วย AI