ความเข้มข้นของการเลือกตั้งกลางเทอมในสหรัฐฯ
คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย
สืบเนื่องจากการเลือกตั้งกลางเทอมในปีนี้ถือได้ว่าเป็นครั้งสำคัญมาก ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่หลังจากการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมจึงใคร่ขออนุญาตเขียนเน้นหนักมุ่งตรงไปที่ “รัฐมิชิแกน” ซึ่งเป็นรัฐที่การเลือกตั้งได้รับความสนใจมากที่สุด!!!
โดยขณะนี้มีตัวละครเด่นที่น่าจับตามอง นั่นก็คือ “คุณหมออับดุล เอล-เซเยด” (Abdul El-Sayed) นักการเมืองผู้มีเชื้อสายอียิปต์ ที่เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ไฟแรงหัวก้าวหน้าอย่างที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน นับได้ว่าเป็นคลื่นลูกใหม่ของการเมืองอเมริกันเลยทีเดียว
ขณะนี้การเลือกตั้งกลางเทอมยังคงมีเวลาเหลืออีกแค่สองเดือนกับอีกหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่า การเมืองในสหรัฐฯ กำลังมีความเข้มข้นและคึกคักมากเป็นพิเศษ การเลือกตั้งกลางเทอมในครั้งนี้ พรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตต่างต้องการที่จะช่วงชิงในการเข้าไปคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรส และหากพรรคเดโมแครตมีโอกาสเข้าไปคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้แล้วละก็ แน่นอนว่าย่อมสร้างความกดดัน แถมยังมีอำนาจและยังมีปากมีเสียงไปใช้ต่อรองกับ “ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์” ได้ไม่น้อยอีกด้วย
ในช่วงหนึ่งปีกว่าๆ ที่ผ่านมานี้ พรรครีพับลิกันคุมเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและในวุฒิสภา ซึ่งมีผลทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าประธานาธิบดีทรัมป์สามารถดำเนินนโยบายอะไรต่อมิอะไรได้ตามใจชอบ แม้กระทั่งการนำพาให้สหรัฐฯ เข้าสู่สงครามกับอิหร่านโดยมิได้ผ่านการขออนุมัติจากสภาคองเกรส
จากผลการหยั่งเสียงเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ของ “แฮร์รี เอ็นเทน” (Harry Enten) กูรูผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์การเมืองอาวุโสของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ได้เปิดเผยออกมาว่า “แนวโน้มที่พรรคเดโมแครตจะมีโอกาสได้รับชัยชนะทั้งในสภาผู้แทนฯ และในวุฒิสภามีอยู่ที่ 52%” จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่ขณะนี้พรรคเดโมแครตมีความกระตือรือร้นในการหาเสียงแบบเชิงรุก จนสร้างความวิตกกังวลให้กับประธานาธิบดีทรัมป์ถึงขนาดที่เขากำลังเร่งหาทางออกไม่ต้องการให้พรรคเดโมแครตเข้าไปคุมเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้เป็นผลสำเร็จ!!!
ทั้งนี้ ในสภาผู้แทนราษฎรที่มีสมาชิกทั้งหมด 435 คน และจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่หมดทั่วทั้งประเทศ และเมื่อวิเคราะห์จากการหยั่งเสียงของสำนักโพลชื่อดังทั้งหลายแล้ว ดูเหมือนว่าขณะนี้พรรคเดโมแครตกำลังมีคะแนนนำอยู่ที่ 8% เท่าที่ผ่านมาในอดีตการเลือกตั้งกลางเทอมแทบทุกครั้ง พรรคไหนก็ตามที่มีประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งอยู่ พรรคนั้นก็มักจะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งไม่แน่ว่าเหตุการณ์เช่นนั้นก็อาจจะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
สำหรับวุฒิสภานั้น พรรคเดโมแครตมีความคาดหวังที่จะได้เสียงข้างมากเพิ่มขึ้น โดยขณะนี้พรรคเดโมแครตกำลังมีคะแนนนิยมนำในหลายรัฐ เช่น รัฐมิชิแกน, รัฐเมน, รัฐนอร์ทแคโรไลนา, รัฐอลาสกา, รัฐโอไฮโอ และรัฐเท็กซัส ซึ่งในรัฐเท็กซัสขณะนี้ปรากฏให้เห็นว่า “ส.ส.เจมส์ ทาลาริโค” (James Talarico) ตัวแทนของพรรคเดโมแครต กำลังมีคะแนนเบียดไล่เลี่ยกับ “เค็น แพกซ์ตัน” (Ken Paxton) อดีตอัยการรัฐเท็กซัส ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน เพียงแค่ 1% กว่าๆ เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รัฐมิชิแกนซึ่งเป็นรัฐที่ได้รับความสนใจมากที่สุด เป็นการแข่งขันศึกวุฒิสมาชิกระหว่าง คุณหมออับดุล เอล-เซเยด กับ “ไมค์ โรเจอร์ส” (Mike Rogers) อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายสมัย โดยคุณหมออับดุลที่เป็นนักการเมืองหัวก้าวหน้า มุ่งเน้นนโยบายเพื่อคนหาเช้ากินค่ำ เรียกร้องให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกันทางด้านสวัสดิการสุขภาพ ซึ่งคุณหมออับดุลเคยเขียนหนังสือออกมา เช่น “Medicare for All” อีกทั้งคุณหมออับดุลยังยกเอาประเด็นที่ว่า “ชาวปาเลสไตน์และชาวยิวจะต้องมีสิทธิเท่าเทียมกัน” ซึ่งนโยบายนี้มีผลทำให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกเอาไปโจมตีในทำนองที่ว่า “คุณหมออับดุลเป็นพวกต่อต้านชาวยิว”
ส่วนการที่คุณหมออับดุลออกมาชูนโยบายหาเสียงว่า ไม่ต้องการรับเงินสนับสนุนจากกลุ่มทุนธุรกิจ แต่ต้องการบริจาคจากบุคคลทั่วไปเพียงอย่างเดียว ซึ่งขณะนี้เขามีเงินหาเสียงรวมหลายล้านดอลลาร์ (ข้อมูลจาก Federal Election Commission)
ส่วนด้านคู่แข่งของคุณหมออับดุล ได้แก่ อดีต ส.ส. ไมค์ โรเจอร์ส นอกจากได้รับเงินสนับสนุนจากพรรครีพับลิกันแล้ว เขายังได้รับเงินบริจาคจากวงการธุรกิจยักษ์ใหญ่ อาทิ กลุ่มธุรกิจพลังงานและโทรคมนาคม
อนึ่ง ภายหลังจากที่คุณหมออับดุลได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ปรากฏว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ออกมาประกาศโจมตีคุณหมออับดุลว่าเป็น “พวกคอมมิวนิสต์/ซ้ายจัด” และแทบจะทันท่วงที คุณหมอก็ไม่รอช้าออกมาโต้ตอบว่า “ประธานาธิบดีทรัมป์ทำงานแบบสะเปะสะปะ ไม่ได้โฟกัสในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ” โดยคุณหมออับดุลยังตำหนิต่อไปอีกว่า “ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าทุกๆ คนต่างก็เกรงกลัวประธานาธิบดีทรัมป์ แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ไม่รู้สึกเกรงกลัวเลย และพร้อมที่จะโต้วาทีกับประธานาธิบดีทรัมป์ในทุกเวลา ทุกสถานที่”
และจากผลการหยั่งเสียงของสำนักโพลชื่อดังที่รายงานครั้งล่าสุดช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2026 พบว่า ขณะนี้คุณหมออับดุล เอล-เซเยด กำลังมีคะแนนนำอยู่แบบเฉียดฉิว โดยบางสำนักโพลอย่าง Susquehanna Polling and Research ระบุว่าคุณหมออับดุลมีคะแนนนำเหนือกว่าอดีต ส.ส. ไมค์ โรเจอร์ส อยู่ที่ประมาณ 7% (46% ต่อ 39%) ทั้งนี้ จากข้อมูลในอดีตปรากฏว่าในรัฐมิชิแกนมีฐานเสียงพรรคเดโมแครตเข้มแข็งมากเป็นพิเศษอีกด้วย!
กล่าวโดยสรุป ทั้งนี้และทั้งนั้น ดูเหมือนว่าสถานการณ์การเมืองทั่วไปของสหรัฐฯ ในขณะนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับในยุคสมัยของ “ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช” เมื่อปี ค.ศ. 2006 ที่ครั้งนั้นแก้ไขไม่ตกเกี่ยวกับ “สงครามอิรัก” จนชาวอเมริกันต้องเบื่อหน่ายกับค่าครองชีพ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และยังต้องวิตกกังวลกับภาวะเงินเฟ้อ จนการเลือกตั้งกลางเทอมในยุคสมัยนั้นมีผลทำให้พรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย โดยพรรครีพับลิกันต้องสูญเสียที่นั่งในสภาผู้แทนฯ ไปถึง 30 ที่นั่ง และสูญเสียที่นั่งในวุฒิสภา 6 ที่นั่ง
ณ ปัจจุบัน ในช่วงเดือนสิงหาคม 2026 นี้ แฮร์รี เอ็นเทน กูรูแห่งซีเอ็นเอ็น ได้ทำนายว่าพรรคเดโมแครตมีโอกาสสูงที่จะคุมเสียงข้างมากในวุฒิสภาที่ 52 ต่อ 48 เสียง ส่วนการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร เนท ซิลเวอร์ (Nate Silver) ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์โพลก็คาดการณ์ว่า พรรคเดโมแครตมีโอกาสชนะคุมเสียงข้างมากสูงถึง 86% - 87% และหากเป็นเช่นนั้นจริง ดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์ในแวดวงการเมืองอเมริกันอาจเกิดซ้ำรอยเหมือนดั่งที่เคยเกิดขึ้นในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อปี ค.ศ. 2006 ก็เป็นได้ครับ