เบื้องหลังเกมซ่อนหาสลับขั้ว ไพ่ขู่หรือดีลจริง? ควบรวม "เพื่อไทย-กล้าธรรม"

เบื้องหลังเกมซ่อนหาสลับขั้ว ไพ่ขู่หรือดีลจริง? ควบรวม "เพื่อไทย-กล้าธรรม"

ปรากฏการณ์ "ความเงียบ" ในเกมการเมืองระดับชาติ มักส่งเสียงดังกว่าการให้สัมภาษณ์หน้าไมค์เสมอ

ฉากทัศน์การเมืองที่เพิ่งผ่านพ้น ทิ้งร่องรอยของ "ดีลลับ" ไว้กลางสภา ข่าวลือสะพัดเรื่องการยุบรวมพรรคกล้าธรรมเพื่อนำ สส. เกือบ 60 ชีวิตเปลี่ยนสีเสื้อเข้าสังกัดเพื่อไทย ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าขำขันในวงกาแฟ แต่คือความพยายามเขย่าดุลอำนาจครั้งใหญ่

กระนั้น สิ่งที่น่าสนใจที่สุดกลับไม่ใช่ตัวข่าว หากแต่เป็นความเงียบอย่างพร้อมเพรียงของแกนนำทั้งสองฝ่าย การสร้างบรรยากาศปกคลุมการเมืองด้วยความคลุมเครือ คือยุทธวิธีที่ผ่านการคำนวณมาอย่างละเอียด พรรคร่วมรัฐบาลสามารถใช้ไพ่ใบนี้เป็นอาวุธทางจิตวิทยา เพื่อส่งสัญญาณข่มขวัญพรรคแกนนำได้อย่างแยบยล แค่มีข่าวลือว่าเสียงในมืออาจเพิ่มขึ้น อำนาจต่อรองในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจระดับเรือธง หรือการจัดสรรงบประมาณมหาศาล ก็พลิกกลับมาได้เปรียบในทันที

ฉะนั้น ในซีกของพรรคที่ตกเป็นข่าว การนิ่งเฉยคือการปั่นมูลค่าทางการตลาดการเมืองให้ตัวเองดูมีน้ำหนัก และหอมหวนขึ้นในสายตาทุกขั้วอำนาจ

ด้วยกติกาและข้อกฎหมายพรรคการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเสมือนทุ่นระเบิดที่ไม่มีใครอยากเหยียบพลาด การขยับตัวเร็วเกินไปอาจจบลงด้วยการถูกตีความเรื่องการครอบงำพรรค มากไปกว่านั้น การปล่อยข่าวลือคือการโยนหินถามทางเพื่อเช็คอุณหภูมิสังคม ทุนใหญ่และตลาดการเงินต่างจับตาสมการนี้อย่างใกล้ชิด เพราะเสถียรภาพของรัฐบาลคือตัวแปรหลักที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ

หากการควบรวมเกิดขึ้นจริง นั่นหมายถึงรัฐบาลที่มีเสียงเด็ดขาด การผลักดันโครงการขนาดใหญ่จะไร้รอยต่อ แต่ถ้าเป็นเพียงเกมลวงเพื่อเตะตัดขากันเอง ต้นทุนที่ต้องจ่ายคือความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กำลังรอคอยความชัดเจน

ภาษากายทางการเมืองที่ส่อเค้าความจริงได้ดีที่สุด จึงไม่ต้องรอฟังจากการแถลงข่าว แต่ให้ดูจากการกดปุ่มโหวตการที่ สส.กล้าธรรม 48 คน ตัดสินใจ "งดออกเสียง" อย่างเป็นเอกภาพในวาระพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท คือการส่งสัญญาณที่คมกริบ นี่ไม่ใช่การแตกแถว แต่คือการเบ่งกล้ามโชว์ เป็นการประประกาศให้ผู้เล่นทุกคนในกระดานรู้ว่า ต้นทุนของตนแพงกว่าที่จะเป็นแค่ของตาย และพร้อมสวมบทบาทตัวแปรอิสระที่ชี้เป็นชี้ตายในกฎหมายสำคัญทางเศรษฐกิจได้ทุกเมื่อ

เกมซ่อนหาสลับขั้วครั้งนี้ บทสรุปอาจไม่ได้อยู่ที่ว่าใครจะย้ายไปซบใคร แต่อยู่ที่ความจริงอันเจ็บปวดว่า โครงสร้างการเมืองไทยยังคงวนเวียนอยู่กับการบริหารจัดการ "มุ้ง" และ "โควตา" มากกว่าการแข่งขันกันด้วยอุดมการณ์

นัยยะของดีลลับที่อึมครึมคือภาพสะท้อนของเสถียรภาพที่สร้างขึ้นบนกองทราย เมื่อถึงจุดที่การเจรจาผลประโยชน์หลังม่านเสียสมดุล ความเงียบที่เห็นในวันนี้อาจกลายเป็นพายุที่พัดพังทลายสมการอำนาจเดิมจนหมดสิ้น

คำถามที่น่าคิดก็คือ รัฐบาลที่ต้องสูญเสียเวลาและสรรพกำลังมหาศาลไปกับการเลี้ยงไข้พรรคร่วมและต่อรองอำนาจกันรายวัน จะเหลือมือที่ว่างพอไปอุ้มชูเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนที่กำลังเปราะบางขีดสุดได้จริงหรือ?

 

#เพื่อไทย #กล้าธรรม #ดีลลับ #สลับขั้วการเมือง #การเมืองไทย #วิเคราะห์การเมือง #ข่าวการเมืองวันนี้#สยามรัฐออนไลน์